ผู้ว่าปู”เตือนอย่าคิดทำ FAI แค่เพื่อถ่ายรูป ย้ำคุมคน คุมโรงงาน ยก รพ.สต.เป็นโรงพยาบาลด่านหน้าคัดกรองโควิด

ผู้ว่าปู”เตือนอย่าคิดทำ FAI แค่เพื่อถ่ายรูป ย้ำคุมคน คุมโรงงาน ยก รพ.สต.เป็นโรงพยาบาลด่านหน้าคัดกรองโควิด
ช่วยแชร์

“ผู้ว่าปู”เตือนอย่าทำ FAI แค่เพื่อถ่ายรูป ย้ำคุมคน คุมโรงงาน ยก รพ.สต.เป็นโรงพยาบาลด่านหน้าคัดกรองโควิด

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ (401) ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าฯ นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าฯ นายแพทย์นเรศฤทธิ์ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการโรคติดต่อจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยในที่ประชุมได้มีการหารือการติดตามและรายงานปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ ( Factory Accommodation Isolation : FAI ) หลังจากที่การประชุมฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้สั่งการให้สถานประกอบการทุกแห่งที่มีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือใช้กำลังเครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไป จะต้องจัดพื้นที่รองรับการกักตัวผู้ติดเชื้อของโรงงานให้มีเตียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และต้องเพียงพอต่อการแยกกักตัวของผู้ติดเชื้อในโรงงานตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เร่งจัดทำ FAI ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หรือขีดเส้นตายภายในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้

 

โดยในที่ประชุมได้มีรายงานแจ้งว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสถานประกอบการต่างๆ ได้แจ้งสถานที่เพื่อจัดทำ FAI มาแล้วทั้งหมดประมาณ 674 แห่ง มีเตียงโดยรวมราวๆ 16,445 เตียง ซึ่งสถานประกอบการหลายๆ แห่งใช้วิธีการรวมตัวกันแล้วจัดตั้ง FAI ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เพื่อให้สะดวกการวางมาตรการด้านสาธารณสุขทั้งเรื่องของระบบการให้บริการทางการแพทย์ ลดจำนวนแพทย์-พยาบาลที่ต้องมาดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ และการกำจัดขยะติดเชื้อ เป็นต้น ส่วนโรงงานที่อ้างว่าไม่มีสถานที่จัดทำ FAI หรือ ยังไม่พร้อมนั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อก็อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อสั่งปิดโรงงานตามมาตรการต่อไป

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดสมุทรสาคร และการปรับมาตรการเพื่อการรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชนเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือ โรงพยาบาลสนามในชุมชน CI – Community Isolation และการดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ ยังคงนอนรอเตียงอยู่ในที่พัก หรือกักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อรักษาตนเองตามมาตรการ HI – Home Isolation  โดยในส่วนของการรับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร CI – Community Isolation นั้น ในที่ประชุมเห็นสมควรว่า ผู้ที่จะเข้าสู่ศูนย์ CI จะต้องผ่านการตรวจด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นผู้ตรวจให้เท่านั้น ส่วนประชาชนที่ซื้อมาตรวจเอง ไม่สามารถนำมายืนยันเพื่อขอเข้าศูนย์ CI ได้โดยตรง เพียงแต่เป็นตัวแสดงที่บ่งบอกว่า มีความเสี่ยงสูงเป็นผู้ติดเชื้อเท่านั้น และจะได้รับการตรวจยืนยันอีกครั้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทั้งนี้เพื่อให้ รพ.สต.ที่เป็นเสมือนโรงพยาบาลด่านหน้า เป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองอาการของผู้ติดเชื้อก่อนว่า มีอาการอยู่ในระดับใด สมควรให้เข้าสู่ศูนย์ CI หรือ HI หรือ โรงพยาบาลสนาม หรือเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ผ่านการตรวจหาเชื้อจาก รพ.สต. นั้น ทางเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที รวมถึงยังสามารถระบุได้ด้วยว่า สมควรที่จะได้รับยาหรือไม่ หากต้องรับยาจะเป็นฟ้าทะลายโจร หรือ ฟาวิพิราเวีย ที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ซึ่งก็จะได้ส่งข้อมูลต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์สั่งยาฟาวิพิราเวีย ให้กับผู้ติดเชื้อต่อไป นับเป็นการดำเนินงานเชิงรุกและรวดเร็วต่อการรับยาเพื่อการยับยั้งความรุนแรงโรคไม่ให้กลุ่มสีเขียวกลายเป็นสีเหลือง โดยในช่วงต้นเดือนนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้รับยา ฟาวิพิราเวีย เพิ่มมากขึ้นอีกทำให้เพียงพอต่อการให้ยาในผู้ติดเชื้อบางส่วน ดังนั้นเรื่องของการคัดกรองจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำแบบเข้าถึงและรวดเร็วมากที่สุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของการปิดเมือง แต่เน้นไปที่มาตรการควบคุมสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งการจัดตั้ง FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงาน เพราะทุกวันนี้พบกลุ่มผู้ติดเชื้อในโรงงานเป็นจำนวนมาก จึงต้องควบคุมกลุ่มคนเหล่านี้ก่อน ไม่ให้ออกมาปะปนกับคนในชุมชน ซึ่งการทำ FAI ในโรงงานนั้นก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำ 1 สถานประกอบการ 1 แห่ง แต่หลายๆ สถานประกอบการอาจจะรวมตัวกันจัดทำ FAI หรือสถานที่กักตัวเพียง 1 แห่งก็ได้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรการฐานของสาธารณสุขคือ มีจำนวนเตียงที่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 หรือให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อนั่นเอง และถ้าในโรงงานมีสถานที่ไม่เพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องทำในโรงงาน แต่ต้องหาสถานที่ๆ เหมาะสมจัดทำเพื่อรองรับพนักงานของโรงงานตัวเองให้ได้ โดยการประชุมพิจารณาในวันนี้จะมีสถานประกอบการใดถูกสั่งปิดหรือไม่นั้น จะต้องรอให้การประชุมเสร็จสิ้นลงและออกคำสั่งให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงจะประกาศให้ทราบต่อไป

 

นายวีระศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนก็อยากจะบอกถึงสถานประกอบการทุกแห่งว่า การทำ FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงานนั้น คือความรับผิดชอบของสถานประกอบการทุกแห่งที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และต้องปฏิบัติตามให้เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วย อีกทั้งจะต้องมีมาตรการในการดูแลผู้ติดเชื้อตามมาตรการของสาธารณสุขและคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร  ไม่ใช่ทำขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพ หรือทำขึ้นมาเพียงแค่ต้องการแสดงให้เห็นว่าโรงงานได้ทำแล้ว จากนั้นก็ปล่อยปละละเลย โดยหากโรงงานใดปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดก็จะยังคงเปิดทำงานได้ต่อไป แต่หากโรงงานใดทำขึ้นมาเพียงแค่ถ่ายภาพโชว์ หรือทำแล้วแต่ไม่มีมาตรการในการดูแลรักษา ก็จะต้องถูกสั่งปิดทันที

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายอีกด้วยว่า สำหรับในส่วนของตัวเลขที่พบว่าสูงมากขึ้นทุกวันนั้น ก็ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกับยอดของตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เพราะตัวเลขที่สูงขึ้นมาจากการที่เราเร่งตรวจเพิ่มมากขึ้นและทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อแยกคัดกรองและแยกผู้ติดเชื้อออกมาให้ได้มากที่สุด

administrator

Related Articles