สรุปข่าวในรอบสัปดาห์ /สิงหาคม64/01

สรุปข่าวในรอบสัปดาห์ /สิงหาคม64/01
ช่วยแชร์

 

รมว.สาสุขเปิด รพ.สนามบริษัท ปัญจพล ไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัด (สาขาบางปลา) ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

รมว.สาสุขเปิด รพ.สนามบริษัท ปัญจพล ไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัด (สาขาบางปลา) ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามในโรงงาน ( Factory isolation ) ณ บริษัท ปัญจพล ไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัด (สาขาบางปลา) ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายศรัณยู เตชะวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ปัญจพล ไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัด พร้อมส่วนราชการภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ  สำหรับ บริษัท ปัญจพล ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด ได้ใช้อาคารโรงงานของตนเองมาดำเนินการเป็นโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยขนาด 100 เตียง รองรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทั้งในโรงงานตนเองและชุมชนบางปลาโดยรอบ มีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลวิชัยเวชมาช่วยดูแล ผ่านการประเมินตามมาตรฐานของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ถือว่ามีความปลอดภัยต่อชุมชนโดยรอบ…

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครมอบเงินรายได้จากการขายหนังสือ”คืนปูสู่สาคร”กว่า5แสนบาทเข้ากองทุน”คนสมุทรสาครร่วมใจสู้ภัยโควิด-19″

“ผู้ว่าปู”วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เขียนหนังสือ “คืนปูสู่สาคร” เล่าถึงช่วงวิกฤติเฉียดความตาย ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อคิดในการเตรียมพร้อมสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้มอบรายได้จากการขายหนังสือจำนวน 5,000 เล่ม ที่หักรายจ่ายแล้ว จำนวนเงินที่เหลือ 580,975,32 บาท(ห้าแสนแปดหมื่นเก้าร้อยเจ็ดสิบห้าบาทสามสิบสองสตางค์) มอบให้กับกองทุน คนสมุทรสาครร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 เพื่อที่จะนำไปให้การดูแลบุคคลากรด้านสาธารณสุข บุคลากรด่านหน้าหน้ากรมการปกครองท้องที่ ท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสาครต่อไป…

 

 

อบจ.สมุทรสาคร เดินหน้าฉีดซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1  พร้อมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่อีก  67,000 คน

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ประสานความร่วมมือกับ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จัดจุดให้บริการฉีดวัคซีน ซิโนฟาร์ม” ระยะที่ 1 วันแรก แก่ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร ณ จุดฉีดวัคซีนแลนด์มาร์คมหาชัย จำนวน 1,000 คน , เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย จำนวน 1,000 คน และ โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จำนวน 1,000 คน ซึ่งก็มีผู้ที่เข้าสู่การจองฉีดวัคซีนผ่านในระบบ www.สาครวมใจ.com เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564 จำนวน 33,000 คน  เดินทางมารับบริการตามวันและเวลาที่ได้รับการนัดหมายไว้ โดยผู้ที่มาเข้ารับการฉีดวัคซีนระยะที่ 1 นี้  เป็นกลุ่มบุคล 7 องค์กร ได้แก่ องค์กรการศึกษา,องค์กรการกุศล,องค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุข,ผู้พิการ/ผู้ด้อยโอกาส/ชุมชนแออัด,ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป,ผู้ป่วยติดเตียง และ พระ – นักบวช

 

นายอุดมฯ กล่าวว่า ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ระยะที่ 1 จำนวน 33,000 คน ในภาพรวมวันแรกของการให้บริการฉีดวัคซีนนั้นก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ส่วนการแบ่งระยะเวลาของการฉีดวัคซีนในส่วนของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ใช้สถานที่แลนด์มาร์คมหาชัย กับ เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย ส่วนของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ใช้สถานที่ของโรงพยาบาลที่เป็นจุดฉีดวัคซีนอยู่แล้ว ซึ่งทั้ง 2 โรงพยาบาลนี้ได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มตั้งแต่วันที่ 7 – 17 สิงหาคม 2564 ขณะที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) จะทำการฉีดตั้งแต่วันที่ 11 – 15 สิงหาคม 2564 นอกจากนี้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ ทาง อบจ.สมุทรสาคร ยังได้มีแนวคิดที่จะร่วมกับโรงพยาบาลของรัฐจัดหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่แก่ผู้ป่วยติดเตียงอีกด้วย

นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของวัคซีนซิโนฟาร์ม ระยะที่ 2 ที่ได้รับการจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มาอีก 67,000 คนนั้น ก็จะเปิดให้ประชาชนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ของจังหวัดสมุทรสาคร มาลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบจำนวน ทางระบบออนไลน์ที่ www.สาครรวมใจ.com ซึ่งในการลงทะเบียนรอบที่ 2 นี้ จะมีกลุ่มให้เลือกเพิ่มมากขึ้นทั้งหมด 10 กลุ่ม  ตามข้อกำหนดของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกอบไปด้วย 1.ภาคธุรกิจบริการด้านอุปโภคและบริโภค เช่น ผู้มีอาชีพค้าขาย ตลาด ร้านค้า พ่อค้าแม่ค้า ฯลฯ,2.ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต เช่น โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ,3.กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เช่น วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย,4.ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและนันทนาการ เช่น โรงแรม รีสอร์ท สปา สถานประกอบการนวด มัคคุเทศก์ฯ,5.ภาคธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ การขนส่งสินค้าด้าน อุปโภค เช่น Grab, Foodpanda, Lineman ฯลฯ ,6.ภาคธุรกิจการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เช่น ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างทุกประเภท ผู้ประกอบ การเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ,7.ภาคธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น เกษตรกร โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ประมง นาเกลือ ฯลฯ,8.ภาคธุรกิจการเงิน เช่น ธนาคาร ธุรกิจไฟแนนซ์ ประกันภัย ตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ,9.ภาคธุรกิจการสื่อสารและบันเทิง เช่น กลุ่มโทรคมนาคม สื่อสารมวลชน ธุรกิจกองถ่าย นักแสดง นักดนตรี ฯลฯ และ 10.ประชาชนทั่วไป ฯลฯ

.

 

 

ความคืบหน้า ขุดลอกคลองสุนัขหอน

         เมื่อวันที่6 สิงหาคม 2564 น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต3 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายวิชัย ถีระปราโมทย์ อดีตนายก อบต.กาหลง นายสากล ชลคีรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสาคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองสุนัขหอน บริเวณสะพานวัดธรรมโชติ ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว นายอดุลย์ เต๊ะแห หัวหน้าฝ่ายเรือขุดและเรือกำจัดวัชพืชที่ 6 สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ชี้แจงแผนการปฏิบัติงานตั้งแต่เดือนสิงหาคม-เดือนธันวาคม 2564 โดยใช้เครื่องจักรกล ประกอบด้วย เรือขุดหัวสว่าน 4 ลำ เรือขุดแบบแบ็คโฮลงโป๊ะ 18 ลำ เรือขุดแบบปูตัก 1 ลำ เรือลากจูงโป๊ะบรรทุกดิน 3 ลำ โป๊ะลากดิน 4 ชุด รถบรรทุก 5 คัน รถบรรทุกน้ำ 1 คัน โดยมอบหมายส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 6 สำนักเครื่องจักรกล ปฏิบัติงานขุดลอกคลองสุนัขหอน  กม.0+600 – 25+000 ดังนี้นายยุทธภูมิ คำตั๋น หัวหน้างานปฏิบัติการที่ 6.2 คร. ผู้ควบคุมงานขุดลอกสุนัขหอนนายสุพจน์ รื่นภาคพจน์ หน่วยปฏิบัติการที่ 6.1 รับผิดชอบงานขุดลอกคลองสุนัขหอน กม.12+000 – กม.20+000 นายบุญลาภ ตั้งทวีวัฒนา หน่วยปฏิบัติการที่ 6.2  รับผิดชอบงานขุดลอกคลองสุนัขหอน กม.0+600 – กม.12+000นายศรชัย มั่นช่วยวงษ์ หน่วยปฏิบัติการที่ 6.3  รับผิดชอบงานขุดลอกคลองสุนัขหอน กม.20+000 – กม.25+000นายอภิชัย มะณีกันฑ์ หน่วยปฏิบัติการที่ 6.4 รับผิดชอบงานขุดลอกคลองสุนัขหอน กม.0+600-กม./25+000.

 

 

เปิดFAI300เตียงของนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครที่ถนนท่าปรง

นายเฉลิมพล เนียมสกุล แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร พร้อม น.ส.นลินี กาญจนามัย ผอ.สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายวิเชียร  บำเรอรักษ์ ประธานชมรมผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร นายชาธิป ตั้งกุลไพศาลประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาครร่วมเปิดศูนย์ FAI นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร โดยมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการตั้ง FAI หรือ CI ในสถานประกอบการเป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการรายย่อยในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ซึ่งมีความร่วมมือทั้งด้านของสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ที่จำเป็น อาหาร และการดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่พยาบาล โดยพื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับผู้ติดเชื้อของนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครได้จำนวน 300 ราย ณ ถนนท่าปรง อำเภอเมืองสมุทรสาคร.

 

 

เดินหน้าฉีดวัคซีนไขว้ SV+AZ ให้แก่แรงงานในสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ของประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร ณ อาคารหอประชุมนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีนางพรสวรรค์ แสนใจยา ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร และผู้แทนภาคเอกชนให้การต้อนรับ พร้อมกับนำเยี่ยมชมวิธีการและขั้นตอนการเข้ารับการฉีดซีนของแรงงานในระบบประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้มีการพูดคุยและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสมุทรสาครที่มาทำการฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานจากสถานประกอบการต่างๆ

นางพรสวรรค์ แสนใจยา ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร บอกว่า สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ให้กับแรงงานในระบบประกันสังคมของจังหวัดสมุทรสาครนี้ เป็นการฉีดวัคซีนในรูปแบบของการฉีดวัคซีนไขว้หรือวัคซีนผสม โดยเข็มแรกเป็นวัคซีนซิโนแวค ส่วนเข็มที่สองเป็นแอสตราเซเนกา มีผู้ประกันตนในกลุ่มเป้าหมายกว่า 400,000 คน แต่เบื้องต้นตามแผนการฉีดวัคซีนระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2564 นี้ จะทำการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่แรงงาน จำนวน 27,000 ราย ตามปริมาณวัคซีนที่ได้รับมา แบ่งเป็นฉีดให้กับแรงงานในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร 20,000 ราย และ แรงงานที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานประกันสังคม สาขากระทุ่มแบนอีก 7,000 ราย ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับแรงงานในจังหวัดสมุทรสาครไปแล้วทั้งหมด 14,500 ราย ส่วนที่เหลือจะฉีดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการจัดสรรวัคซีนฉีดให้กับแรงงานนั้น จะเป็นไปตามลำดับที่ลงทะเบียนไว้ใน E – Service ส่วนผู้ที่มาเข้ารับการฉีดวัคซีนก็ขึ้นอยู่กับทางบริษัทฯ เป็นผู้จัดสรรมาตามความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีนในระยะต่อไปนั้น ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่จะได้รับมานั่นเอง.

 

 

สมุทรสาครยกระดับศูนย์ห่วงใย แห่งที่ 10 สภาอุตสาหกรรม สู่รพ.สนามสีเหลือง (แห่งแรก) เปิดรับผู้ติดเชื้อ 4 รายแรก

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ศูนย์ห่วงใยคนสาคร  หรือโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 10 สภาอุตสาหกรรม เชิงสะพานท่าจีน ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่ได้มีการยกระดับให้มาเป็นโรงพยาบาลสนามสีเหลือง แห่งแรกของจังหวัดสมุทรสาครนั้น วันนี้ก็นับเป็นวันแรกที่ได้เริ่มเปิดรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเหลืองเข้าสู่โรงพยาบาลสนามสีเหลืองแล้ว แต่ก่อนที่จะรับผู้ติดเชื้อจริงๆ นั้น นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร ก็ได้ทำการทดสอบระบบการรับผู้ติดเชื้อกันอีกครั้ง ทั้งทางด้านของอุปกรณ์เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ โดยให้เจ้าหน้าที่พยาบาลชุดสีม่วง ทดลองเป็นผู้ป่วย จากนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำการดูแลตั้งแต่แรกรับ จนนำผู้ป่วยขึ้นเตียง และให้อุปกรณ์ช่วยหายใจ รวมถึงการให้ยา ได้ทดลองปฏิบัติเสมือนจริงทุกขั้นตอน ไม่เว้นแม้แต่การใส่ชุด PPE กับ อุปกรณ์ในการช่วยหายใจ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน

ต่อมาเมื่อได้ทำการทดสอบจนพร้อมปฏิบัติจริงแล้ว ก็มีการรับตัวผู้ติดเชื้อแรกเข้า 4 ราย เป็นหญิงชาวเมียนมา อายุ 32 ปี, หญิงชาวเมียนมาอายุ 27 ปี,ชายไทยอายุ 45 ปี และหญิงไทย อายุ 52 ปี ทั้งหมดถูกส่งออกมาจากโรงพยาบาลสมุทรสาคร  เมื่อส่งผู้ป่วยเข้าสู่ด้านใน ก็จะมีการทำประวัติ ตรวจอาการเบื้องต้น พร้อมนำผู้ป่วยเข้าประจำเตียง ที่มีออกซิเจนประจำทุกเตียง เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองนี้ จะมีอาการหอบเหนื่อย ต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนช่วย  ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่พยาบาลในชุด PPE   และควบคุมระบบจากห้องด้านนอก สั่งการด้วยอินเตอร์คอม และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอย่างครอบคลุมทุกเตียง แต่ถ้าผู้ป่วยรายใดที่มีอาการหอบเหนื่อยมาก พยาบาลจะจับให้นอนท่าคว่ำ และจะให้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วมือประจำตัวคนละ 1 เครื่องด้วย

            นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร ชี้แจงว่า การยกระดับโรงพยาบาลสนาม ให้เป็นโรงพยาบาลสนามสีเหลือง ณ ศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 10 สภาอุตสาหกรรม ถือว่าเป็นจุดแรกของจังหวัดสมุทรสาคร ภายในมีจำนวน 200 เตียง ติดตั้งถัง LiQuid Oxygen ด้านนอก พร้อมเดินท่อระบบส่งเข้ามาด้านใน ใช้เวลาในการปรับระบบ ติดตั้งระบบเพิ่มทั้งหมด 14 วัน โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.สมุทรสาคร ส่วนทีมแพทย์พยาบาลนั้น ใช้ทีมของโรงพยาบาลสมุทรสาคร และเสริมทัพด้วยทีมจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกาญจนบุรี เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลืองต้องใช้บุคลากรมาก ทั้งแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เป็นต้น

นายแพทย์อนุกูลฯ บอกอีกว่า โรงพยาบาลสนามสีเหลืองแห่งนี้ เริ่มต้นด้วยการรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองจากทุกโรงพยาบาลในสมุทรสาคร ทั้งรัฐและเอกชน แต่ช่วงแรกจะส่งมาจากโรงพยาบาลรัฐก่อน แต่เมื่อเอกชนรับมือไม่ไหวก็จะส่งต่อเข้ามา และต่อไปจะต้องเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสนามสีเหลืองให้ครบทั้ง 3 อำเภอ จุดต่อไปคือที่ โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 14 สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว ส่วนในอำเภอกระทุ่มแบนจะเป็นสถานที่ของเอกชนแห่งหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ต้องขยายโรงพยาบาลสนามสีเหลืองเพิ่มนั้น เพระตอนนี้ทุกโรงพยาบาลน่าจะประสบปัญหาที่เหมือนกัน ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น 2 เท่า ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองที่ต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น 3 เท่า และผู้ป่วยสีแดงที่ต้องใช้เครื่อง High Flow เพิ่ม 4 เท่า แต่พื้นที่และจำนวนเตียงด้านในโรงพยาบาลยังคงเท่าเดิม การเพิ่มจำนวนเตียงสีเหลืองด้านนอกโรงพยาบาลหลักจึงจำเป็นมาก เพื่อให้พื้นที่ด้านในใช้รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดงที่ต้องใช้ High Flow ซึ่งตอนนี้สถานการณ์แต่ละโรงพยาบาลต้องเรียกว่าถึงขีดสุดแล้ว เพราะมีผู้ป่วยสีแดงเพิ่มเป็นจำนวนมากนั่นเอง.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

administrator

Related Articles