รุก School-based vaccination นักเรียน รร.ดังใจกลางเมืองสมุทรสาครกว่า 2,300 คน

รุก School-based vaccination นักเรียน รร.ดังใจกลางเมืองสมุทรสาครกว่า 2,300 คน
ช่วยแชร์

รุก School-based vaccination นักเรียน รร.ดังใจกลางเมืองสมุทรสาครกว่า 2,300 คน

เมื่อเวลา 08.30น.ของวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ที่โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  นายอรรณพ ชุ่มเพ็งพันธ์ ผู้อำนวยการ พร้อมคณะครูโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ (ส.ค.ณ) สนธิความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครและโรงพยาบาลสมุทรสาคร จัดฉีดวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ (Pfizer) ในรูปแบบวัคซีนนักเรียน (School-based vaccination)   เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้เด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 โดยมีบรรดาผู้ปกครองได้นำนักเรียน มาเข้ารับการฉีดซีนตามเวลาที่ได้รับการนัดหมาย ซึ่งในส่วนของนักเรียนโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ (ส.ค.ณ) มีนักเรียนที่มีสิทธิ์เข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งหมด 2,627 คน แจ้งชื่อประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีน 2,360 คน คิดเป็นร้อยละ 89.84 ส่วนที่ไม่ประสงค์จะเข้ารับการฉีดวัคซีนเหลืออีก 267 คน คิดเป็นร้อยละ10.16 โดยในเด็กกลุ่มที่ยังไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีนนี้ จะแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิด  Pfizer ในกลุ่มเปราะบางไปก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 112 คน และเป็นผู้ที่ยังไม่พร้อมฉีดวัคซีนอีก 155 คน เพราะเคยได้รับเชื้อโควิด 19 มาแล้วและยังไม่ครบ 1- 3 เดือน กับยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจของผู้ปกครองอันเนื่องมาจากบุตรหลานมีโรคประจำตัว แต่ทั้งนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้สำรองวัคซีนไว้ให้รอฉีดเมื่อพร้อม

นายอรรณพ ชุ่มเพ็งพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ บอกว่าการเตรียมความพร้อมการรับวัคซีนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมเปิดภาคเรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยมีการสำรวจความประสงค์ในการรับวัคซีนไว้แล้ว ซึ่งทางผู้ปกครองและเด็กก็มีความตื่นตัวและกระตือรือล้นที่จะรับวัคซีน ขณะที่ในส่วนของการเปิดภาคเรียนนี้ ทางโรงเรียนก็ได้มีการจัดรูปแบบของการเรียนแบบสลับวันเรียน และงดการเคลื่อนที่ของเด็กนักเรียน อีกทั้งยังต้องจัดการศึกษาในรูปแบบของการเรียนออนไลน์ ควบคู่ไปกับการเรียนในชั้นเรียนอีกด้วย ซึ่งการเรียนออนไลน์นั้นยังคงต้องจัดต่อไป เพื่อรองรับสำหรับเด็กนักเรียนในกลุ่มที่ติดเชื้อโควิด 19 หรือเพิ่งหายจากการติดเชื้อ กับกลุ่มเด็กที่ยังไม่ประสงค์จะมาเรียนในห้องเรียน

ผู้อำนวยการโรงเรียน ส.ค.ณ. ยังบอกอีกว่า การเปิดเทอมครั้งนี้ทางโรงเรียนได้เตรียมแผนเพื่อการคัดกรองหาเชื้อโควิด 19 ในโรงเรียนคือ การตรวจ ATK เป็นระยะๆ ให้กับทั้งนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และพ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ที่ทำงานอยู่ในโรงเรียนทุกคน หากพบการติดเชื้อในโรงเรียนก็จะต้องแยกกักตัวผู้ติดเชื้อ กับตรวจผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งถ้าพบเชื้อก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการรักษา แต่ถ้าไม่พบเชื้อก็ให้กลับเข้ามาเรียนได้ตามปกติ โดยการเปิดเรียนครั้งนี้ก็เชื่อมั่นว่า หากมีการพบผู้ติดเชื้อในโรงเรียนนั้น คงไม่ต้องถึงขั้นปิดโรงเรียนแต่ต้องมีมาตรการที่เข้มแข็งในการดูแล ตรวจรักษา และแยกผู้ติดเชื้อออกมาให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้การเรียนในสถานศึกษายังคงเดินหน้าต่อไปได้

นายอรรณพ ชุ่มเพ็งพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า วัคซีนสำหรับนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้ที่ทำงานในโรงเรียนทุกคนนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะจะช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด 19 ได้ ซึ่งเมื่อเปิดเทอมนี้ทุกคนในโรงเรียนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบทั้งหมด

สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร จากการสำรวจความประสงค์ของผู้ปกครองผ่านสำนักศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า ผู้ปกครองมีความประสงค์ให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 จำนวนทั้งสิ้น 27,000 คน จากที่มีเด็กนักเรียนในกลุ่มอายุ 12 – 17 ปี อยู่ทั้งหมดประมาณ 33,000 คน  ในล๊อตแรกนี้ได้รับจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์มาจำนวน 15,300 โด๊ส ซึ่งภาพรวมหากฉีดได้ครบตามจำนวนที่แจ้งความประสงค์ไว้ ผนวกกับเด็กนักเรียนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดเดียวกันไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็จะมีเด็กนักเรียนอายุ 12 – 17 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิด Pfizer มากกว่าร้อยละ 80

ขณะที่สถานการณ์โควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 04 ตุลาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 357 ราย โดยในจำนวนนี้จำแนกเป็นผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 17 ราย และผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 78 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 70 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 8 ราย นอกจากนี้ยังพบในกลุ่ม Bubble&Sealde อีก 262 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 107,541  ราย รักษาหายเพิ่มอีก 217 ราย รวมมีผู้กลับบ้านได้แล้วสะสมที่ 99,142 ราย อยู่ระหว่างการรักษาอีก 7,287 ราย  ส่วนผู้เสียชีวิตรายวัน 1 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 1,112 ราย

 

administrator

Related Articles