คุณป้าวัย55หลั่งน้ำตาพ้อชีวิต เพราะจนใช่มั้ย ถึงไม่ได้รับความสนใจในคดีจากตำรวจมหาชัย

คุณป้าวัย55หลั่งน้ำตาพ้อชีวิต เพราะจนใช่มั้ย ถึงไม่ได้รับความสนใจในคดีจากตำรวจมหาชัย
ช่วยแชร์

คุณป้าวัย55หลั่งน้ำตาพ้อชีวิต เพราะจนใช่มั้ย ถึงไม่ได้รับความสนใจในคดีจากตำรวจมหาชัย

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางสาวเสงี่ยม ตุมกา อายุ 55 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 40 หมู่ที่ 6 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่า ภายในการเคหะชุมชนมหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า หญิงสูงวัยคนดังกล่าว ประสบอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์ที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นคนขับพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคู่กรณีหนีหายเข้ากลีบเมฆ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความคืบหน้าหรือทำการสอบปากคำผู้เสียหาย จึงต้องการร้องผ่านสื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับคดี ว่าทำไมเรื่องทุกอย่างกลับเงียบหายไปแบบนี้  ทั้งๆ ที่อุบัติเหตุขึ้นมานานนับเดือนแล้ว

สำหรับสภาพร่างกายของนางสาวเสงี่ยมฯ ผู้เสียหาย ที่วันนี้ได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องเช่าระยะหนึ่งแล้วนั้น พบว่ายังคงมีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายให้เห็นหลายแห่ง เช่น บนใบหน้าที่แผลเริ่มตกสะเก็ดแล้ว ส่วนบริเวณที่ยังคงเป็นแผลใหญ่ฉกรรจ์อยู่คือ ที่ขาข้างซ้ายต้องดามเหล็กแล้วขันขันชะเนาะเอาไว้ ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนได้ด้วยตนเอง ต้องมีคนคอยช่วย โชคดีที่ยังพอจะลุกนั่งเองได้บนเตียงนอน จึงกินข้าวกินน้ำได้ยามที่สามีออกไปทำงาน

นางสาวเสงี่ยมฯ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนได้รับอุบัติเหตุเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 กันยายน 2564 ขณะที่กำลังยืนรอรถโดยสารประจำทางอยู่ริมถนน เพื่อไปทำงานที่โรงงาน ก็ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์พุ่งมาชนทำให้ตนล้มลง แล้วสติก็ดับวูบไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว แต่จากการสอบถามเพื่อนๆ ที่ยืนรอรถอยู่ด้วยกันเล่าว่า รถจักรยานยนต์ที่พุ่งมาชนนั้นมีแรงงานต่างด้าวเป็นคนขับ ซึ่งก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน  ทั้งนี้หลังจากที่ตนรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาแล้ว ก็ได้มอบหมายให้หลานชายนำคลิปภาพวีดีโอที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ถ่ายไว้ พร้อมกับภาพนิ่งเป็นรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุ เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อติดตามหาคู่กรณีมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง แต่ปรากฏว่ากลับไม่ได้รับทราบความคืบหน้าในคดีเลย เมื่อให้หลานชายไปตามทวงถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีถึง 2 ครั้ง  ก็ได้รับคำตอบแค่ว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว พ.ร.บ.ขาด  ส่วนคู่กรณีที่เป็นแรงงานข้ามชาติก็หนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว และอีกคำตอบคือ กำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวคู่กรณี จากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เคยได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งทางตรง หรือทางโทรศัพท์ ซึ่งทำให้ตนเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก ว่า “ทำไมตนเป็นคนไทยที่ฐานะจนหรืออย่างไรถึงไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคดีให้” โดยไม่ว่าคดีจะมีความคืบหน้ามากน้อยเพียงใด หรืออาจจะยังไม่มีอไรเลย แต่ถ้าได้รับทราบเป็นระยะๆ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง ก็ยังจะรู้สึกดีกว่าที่เงียบหายไปนานนับเดือนเช่นนี้

นางสาวเสงี่ยมฯ ผู้เสียหาย บอกอีกว่า ทุกวันนี้ตนเองเครียดมากทั้งจากเรื่องของคดีที่เงียบหาย และยังไม่สามารถทำงานได้ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่ได้นายจ้างผู้มีความเมตตาให้การดูแลเป็นอย่างดีเสมือนลูกจ้างทุกคนเป็นคนในครอบครัว โดยทั้งส่งคนในโรงงานมาพาตนไปหาหมอเพื่อล้างแผลทุกวัน และยังให้การดูแลเรื่องของอาหาร กับอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในขณะพักรักษาตัวเช่น ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ และของใช้อื่นๆ อีกด้วย แต่ทั้งนี้ตนก็ยังอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นใจคนจนๆ คนหนึ่ง ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ช่วยติดตามตัวคู่กรณีรายนี้มาให้ที หรือแจ้งความคืบหน้ามาบ้างก็ยังดี อย่าเงียบหายไม่ติดต่ออะไรมาเลย.

administrator

Related Articles