เตือนภัยรายวันคนร้ายอาละวาดตลาดมหาชัยย่องฉกกระเป๋าเงินพ่อค้าแม่ค้า

เตือนภัยรายวันคนร้ายอาละวาดตลาดมหาชัยย่องฉกกระเป๋าเงินพ่อค้าแม่ค้า
ช่วยแชร์

เตือนภัยรายวันคนร้ายอาละวาดตลาดมหาชัยย่องฉกกระเป๋าเงินพ่อค้าแม่ค้า

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านนกกุ้งซิ่ง ซึ่งเปิดเป็นร้านขายอาหารทะเลสดอยู่ตรงปากทางเข้าตลาดสุขาภิบาล ของเทศบาลนครสมุทรสาคร (ตลาดมหาชัย) หลังจากทางเจ้าของร้านได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว เป็นภาพคนร้ายสวมชุดสีดำ นุ่งกางเกงขายาว ใส่เสื้อวอร์มแขนยาวสีดำ แอบย่องเงียบเข้ามาฉกกระเป๋าของลูกจ้างในร้าน ที่แขวนเอาไว้ตรงแผงด้านข้างหายไป พร้อมกับข้อความว่า “เตือนภัยสังคมตลาดมหาชัย ตอนนี้มีโจรขโมยกระเป๋า ใครพบเจอกระทืบได้ตามอัธยาศัย”

นางสาววรินพัทธ์ ครุฑดำ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านนกกุ้งซิ่ง จำหน่ายอาหารทะเลสด – อาหารทะเลแปรรูปฯ เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งจากการเปิดกล้องวงจรปิดดูนั้น ทำให้เห็นว่าขณะที่ตนเองและลูกจ้างกำลังช่วยกันจัดร้านอยู่  ก็มีคนร้ายเป็นชาย รูปร่างสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมชุดสีดำทั้ง นุ่งกางเกงขาวยาวสีดำ สวมเสื้อวอร์มแขนยาวสีดำ และสวมแมสปิดบังใบหน้า เดินวนไปวนมาบริเวณด้านข้างร้านอยู่หลายครั้ง จนสบโอกาสจึงลงมือก่อเหตุแอบฉกกระเป๋าสะพายของลูกจ้างที่แขวนไว้ตรงแผงข้างร้านไป ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 300 บาท ATM พาสปอร์ตของลูกจ้าง และเอกสารประจำตัวของลูกจ้างแรงงานต่างด้าว โดยภายหลังเกิดเหตุตนก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาครแล้ว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเข้ามาดำเนินการตรวจสอบเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากทุกวันนี้ในตลาดสดมหาชัยมีโจรชุกชุมเป็นอย่างมาก ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของพ่อค้าแม่ค้ารายวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้าและลูกจ้างเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนก็ต้องชอกช้ำกับสถานการณ์โควิด 19 แล้ว ยิ่งมาเจอเหตุการณ์โจรเกลื่อนเมืองแบบนี้อีก ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความทุกข์ระทมของพ่อค้าแม่ค้าตลาดมหาชัยให้มีมากยิ่งขึ้น แม้ทุกคนจะคอยระวังตัวแล้ว แต่คนระวัง ย่อมต้องมีพลั้งเผลอ ส่วนคนจ้องจะก่อเหตุนั้น ก็พร้อมอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งกวาดล้างจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด และเชื่อได้ว่าไม่ได้มีเพียงอยู่คนเดียวอย่างแน่นอน

ขณะที่นางสาวลำปาง พันชาลี อายุ 34 ปี แม่ค้าร้านขายพวงมาลัย – ดอกไม้สด เล่าว่า ตนเองก็เคยถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคนร้ายน่าจะทำทีมาดูลาดเลาก่อน  จนกระทั่งสบโอกาสช่วงที่ตนกำลังชุลมุนขายของ ก็ลงมือก่อเหตุฉกกระเป๋าสะพายของตนที่วางไว้บนโต๊ะหลบหนีไป ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 7,000 กว่าบาท บัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร และ ATM เป็นต้น ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุแล้วตนเองก็ทำใจแม้จะรู้สึกเสียดาย แต่ก็ไม่คิดที่จะเข้าแจ้งความเพราะเชื่อว่าตำรวจคงไม่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาได้อย่างแน่นอน ก็เลยไม่อยากแจ้งความให้เสียเวลา ส่วนคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุร้านของตนกับร้านขายอาหารทะเลข้างๆกันนั้น ดูแล้วน่าจะเป็นคนละคนกัน ด้วยลักษณะรูปร่างที่ต่างกัน ยิ่งทำให้รู้สึกได้ว่าทุกวันนี้ตลาดมหาชัยไม่มีความปลอดภัยสำหรับพ่อค้าแม่ค้าอีกแล้ว เพราะมีโจรชุกชมมากคอยจ้องที่จะก่อเหตุลักขโมยทรัพย์สินของชาวบ้านที่เขาทำมาหาเช้ากินค่ำกันแบบรายวัน

administrator

Related Articles