คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่สมุทรสาครใช้ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมแก้ไขปัญหาน้ำเสียกับมลภาวะด้านกลิ่นและเสียง

คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่สมุทรสาครใช้ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมแก้ไขปัญหาน้ำเสียกับมลภาวะด้านกลิ่นและเสียง
ช่วยแชร์

คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่สมุทรสาครใช้ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมแก้ไขปัญหาน้ำเสียกับมลภาวะด้านกลิ่นและเสียง

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 น. นายพีระเพชร ศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม คนที่หนึ่ง นายประทวน สุทธิอำนวยเดช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่2  และนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นำคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต3 และคณะผู้เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อดูความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียในคลองสี่วาพาสวัสดิ์ และคลองแนวลิขิต  ที่ทางนายลือชา โพธิ์อบ นายกเทศมนตรีตำบลบางปลาได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร  ผ่านนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาครเขต 3 เมื่อวันที่16มิถุนายน 2564 และต่อมาทางคณะกรรมาธิการได้เรียกทางผู้เกี่ยวข้องของจังหวัดสมุทรสาครไปสอบถามข้อมูลเพื่อทราบปัญหาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา

โดยในการร้องเรียนนั้นได้มีการระบุโรงงานที่ต้องสงสัยในการมีส่วนร่วมปล่อยน้ำเสียลงคลองสีวาพาสวัสดิ์ และคลองแนวลิขิต จำนวน5 แห่งที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร และอำเภอกระทุ่มแบน  โดยในวันนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ สองแห่งในเขต ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และได้ดูแผนการบริหารจัดการน้ำเสียของโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงงานผลิตกล่องกระดาษรายใหญ่ของประเทศ โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผวจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วย อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร แรงงานจังหวัดฯ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯเข้าร่วม ซึ่งได้รับทราบถึงแผนการบำบัดน้ำเสียของบริษัทแห่งนี้ที่มีการจัดงบประมาณจำนวนกว่า260ล้านบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการยังได้ไปดูที่บริษัทผลิตน้ำมันแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันด้วย

นายพีระเพชร ศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม คนที่หนึ่ง  กล่าวว่า การลงมาพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการมาเพื่อเยี่ยมชม และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา โรงงานที่อาจจะมีข้อบกพร่องว่าจะทำอย่างไรให้ถูกต้องที่สุด เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งจะใช้โครงการตาสับปะรดและหลักธรรมาภิบาล 7 ข้อเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อความโปร่งใสยุติธรรม โดยได้นำคณะลงมาที่ โรงงานซึ่งถูกร้องเรียนเรื่องการปล่อยน้ำเสีย ซึ่งในจังหวัดสมุทรสาครมีโรงงานกว่า 6,000 โรงงาน อาจจะมีโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียมากกว่านี้ก็ได้ วันนี้จึงลงมาดูการบริหารจัดการน้ำเสียที่บริษัทแห่งนี้พบว่า ระบบการบำบัดน้ำเสียใช้เทคนิคระบบบำบัดน้ำเสียจากปะเทศเนเธอแลนด์ที่มีประสิทธิภาพสูง และได้มีการตั้งงบประมาณไว้อีกเพื่อปรับปรุงอีกถือว่าเป็นเรื่องที่ดี พร้อมย้ำว่าการมาครั้งนี้ไม่ใช่การมาจับผิดกันแต่มาเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน

 

ในช่วงบ่ายที่ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์(401) นายประทวน สุทธิอำนวยเดช รองประธานคณะกรรมาธิการฯคนที่2 ได้มาเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ โดยมี นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต3 นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการ นายธงชัย เมืองสนธ์ อุตสาหกรรมจังหวัดฯและหัวหน้าส่วนราชการอีกหลายหน่วยงาน เข้าร่วมประชุมหารือ กับตัวแทนโรงงานอุตสาหกรรม5 แห่งที่ถูกร้องเรียน เพื่อหาแนวทางในการร่วมกันแก้ไขปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงคลอง โดยใช้หลัก”ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่ดี” ที่จะสามารถทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขโดยใช้เกณฑ์การประเมินการมีธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่ดี 7 ข้อได้แก่ 1ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร 2ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา 3ความโปร่งใส 4ความรับผิดชอบต่อสังคม 5นิติธรรม 6 ความยุติธรรม 7 ความยั่งยืน ซึ่งถ้าหากทำได้จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการปล่อยน้ำเสียรวมทั้งการสร้างมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่อประชาชนได้อย่างยั่งยืน เพราะถ้าหากหวังพึ่งกำลังของเจ้าหน้าที่คงจะไม่เพียงพอที่จะมาแก้ไขปัญหาแน่นอน

โดยในการนี้นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ขอให้ทุกฝ่ายเริ่มดำเนินการทันทีนับจากนี้ไป เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านมลภาวะ เป็นปัญหาที่หมักหมมมานานและจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการนำธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมมาใช้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งทุกฝ่ายต่างพอใจและรอการประเมินผลในการดำเนินการต่อไป.

administrator

Related Articles