คลังน้ำมัน บริษัทP.S.P.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด เสริมศักยภาพพนักงาน จัดซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2564

คลังน้ำมัน บริษัทP.S.P.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด เสริมศักยภาพพนักงาน จัดซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2564
ช่วยแชร์

คลังน้ำมัน บริษัทP.S.P.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด เสริมศักยภาพพนักงาน จัดซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2564

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จํากัด ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดการฝึกซ้อมดับเพลิง และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ตามข้อกำหนดของกฎหมาย ตลอดจนนโยบายด้านความปลอดภัยของบริษัทฯ โดยมีนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการซ้อมแผนพร้อมเข้าร่วมสังเกตการณ์ในสถานการณ์สมมติไฟไหม้ถังเก็บน้ำมัน ซึ่งในการนี้ทางบริษัทฯ โดยนายสยาม สุวรรณอาศน์ ผู้จัดการแผนกความปลอดภัยบริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จํากัด ได้กล่าวรายงาน พร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์การซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2564 ให้ผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกคนได้รับทราบ

นายสยามสุวรรณอาศน์ กล่าวว่า การซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2564 ได้จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานบริษัทและผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ได้ทราบบทบาทหน้าที่และประสานงานในการเตรียมความพร้อมระงับเหตุฉุกเฉินร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสถานการณ์สมมติในปีนี้ ได้กำหนดให้เกิดเหตุที่บริเวณถังเก็บน้ำมัน โดยกำหนดให้ครอบคลุมเหตุการณ์เพลิงไหม้,การจัดการวัตถุต้องสงสัย,การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และการส่งต่อผู้บาดเจ็บ มีผู้บัญชาการเหตุฉุกเฉิน ดำเนินการบรรยายรายละเอียดสถานการณ์สมมติให้ผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ได้รับทราบ ขณะที่การฝึกซ้อมในครั้งนี้ทางบริษัทฯ ก็ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และโรงพยาบาลสมุทรสาคร เข้าร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมระงับเหตุฉุกเฉิน โดยภายหลังจากการซ้อมแผนเสร็จสิ้นลงแล้วนั้น ทุกข้อเสนอแนะที่ได้รับมาจะก่อเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานด้านความปลอดภัย และการระงับเหตุฉุกเฉินของบริษัทฯ ให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า  ด้วยจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก และมีประเภท กิจการที่หลากหลาย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นเหตุเพลิงไหม้น้ำมัน หรือสารเคมีรั่วไหล โดยเหตุการณ์ดังกล่าวล้วนส่งผลให้เกิดความเสียหาย และความสูญเสียอย่างมากมาย ทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน ชุมชนและสังคม ตลอดจนการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับเข้าสู่สภาวการณ์ปกติ ดังนั้นแนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสีย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากสถานประกอบ กิจการของตนเอง แล้วบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความปลอดภัยแบบองค์รวม ให้เกิดขึ้นกับแรงงานและภาคอุตสาหกรรมไทย อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป.

administrator

Related Articles