กรมทางหลวง เปิดใช้สะพานลอยกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2) กม.34 หลังดำเนินการซ่อมแซมและบูรณะสะพานแล้วเสร็จ ด้าน วสท. ยืนยัน ผลทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของสะพานเป็นไปตามมาตรฐานและที่กฎหมายกำหนด

กรมทางหลวง เปิดใช้สะพานลอยกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2) กม.34 หลังดำเนินการซ่อมแซมและบูรณะสะพานแล้วเสร็จ ด้าน วสท. ยืนยัน ผลทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของสะพานเป็นไปตามมาตรฐานและที่กฎหมายกำหนด
ช่วยแชร์

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ได้มีรายงานข่าวจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครว่า ขณะนี้กรมทางหลวงได้เปิดให้ใช้สะพานกลับรถหน้า รพ.วิภาราม จ.สมุทรสาคร บนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2) ที่กม.34 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับตั้งแต่มีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในเวลาประมาณ 06.00 น.ของวันนี้ ก็มีผู้ใช้รถทุกประเภท ได้กลับมาใช้สะพานหกลับรถกันตามปกติ สร้างความสะดวก รวดเร็ว  ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องของการจัดระเบียบการจราจรบนถนนพระราม 2 ที่เคยเปิดจุดกลับรถชั่วคราว และจัดการจราจรบนเส้นคู่ขนานให้เป็นการเดินรถทางเดียวจากแต่เดิมที่เคยสวนทางกันได้นั้น ทางแขวงทางหลวงสมุทรสาคร จะได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดระเบียบการจราจรถนนพระราม 2 เพื่อหารือว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะที่ทางด้านของผู้ใช้ทางบอกว่า สะพานกลับรถแห่งนี้มีความจำเป็นต่อผู้ที่ต้องใช้ทางดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนที่สะพานกลับรถปิดซ่อมแซมนั้น ต้องเดินทางไปกลับรถไกลถึงแยกบ้านแพ้ว บางครั้งรถติดมากทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นสูง แต่พอสะพานกลับรถเปิดให้ใช้งานก็รู้สึกดีใจ ที่จะได้ช่วยประหยัดทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย และเวลาในการเดินทาง อีกทั้งยังลดภาวะรถติดลงได้อีกด้วย ส่วนเรื่องของความมั่นใจในโครงสร้างของสะพานนั้น ก็รู้สึกว่ามั่นใจไม่วิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าผู้ที่ทำการซ่อมแซมจะต้องทำให้มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นในอดีตแน่นอน

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมจากกรมทางหลวง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้วยว่า ก่อนที่กรมทางหลวงจะเปิดให้ใช้ทางสะพานกลับรถได้ตามปกตินั้น เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 เวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา  นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ พงษ์ชวลิต รองอธิบดีกรมทางหลวง นายมนตรี เดชาสกุลสม รองอธิบดีกรมทางหลวง นายทวีศักดิ์ รุจิจรรยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน นายพรชัย ศิลารมย์ ผู้อำนวยการศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) นายประลองยุทธ์ กสิวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับ รศ.เอนก   ศิริพานิชกร ประธานอนุกรรมการโครงสร้างและสะพานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) รศ.ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด อนุกรรมการโครงสร้างและสะพาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และ รศ.ดร.สุนิติ สุภาพ ผู้แทนจากศูนย์บริการวิชาการมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ลงพื้นที่เพื่อกำกับติดตามการทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างสะพานลอยกลับรถ (หน้า รพ.วิภาราม) บนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2) ที่ กม.34 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) ได้ดำเนินงานซ่อมแซมและบูรณะโครงสร้างสะพานลอยกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2) ที่ กม.34   ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ พื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้ทางในทุกมิติ บัดนี้การซ่อมแซมและบูรณะโครงสร้างสะพานลอยกลับรถดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ทางได้ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 เวลา 06.00 น. สำหรับการทดสอบการรับน้ำหนักโครงสร้างสะพาน เป็นการนำรถบรรทุกขนาดสิบล้อขึ้นไปจอดและวิ่งบนสะพานภายใต้พิกัดน้ำหนักทดสอบตามกฎหมาย (Bridge Load Test) โดยใช้รถบรรทุกน้ำหนักขนาด 25 ตัน จำนวน 4 คัน วิ่งทดสอบตามรูปแบบที่กำหนดเพื่อประเมินถึงพฤติกรรมของสะพานตามคุณสมบัติทางวิศวกรรม สำหรับการประเมินความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของสะพานในสภาวะปัจจุบัน ความปลอดภัยสูงสุดและความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้เส้นทาง โดยในระหว่างการทดสอบการรับน้ำหนักโครงสร้างสะพานทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การกำกับ ติดตาม และประเมินผลโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากกรมทางหลวง ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และศูนย์บริการวิชาการมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อร่วมยืนยันความแข็งแรงของโครงสร้างสะพาน สร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นในการเดินทางของประชาชน

ด้าน รศ.เอนก ศิริพานิชกร  ประธานอนุกรรมการ โครงสร้างและสะพาน วสท. กล่าวถึงการดำเนินงานซ่อมแซมสะพานดังกล่าว ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมวิศวกรเชี่ยวชาญ วสท.ได้ติดตามและตรวจสอบทุกขั้นตอนของการฟื้นความมั่นคงแข็งแรงของสะพานลอยกลับรถ ตั้งแต่การรื้อตัวคานสะพานและติดตั้งใหม่ การออกแบบและคำนวณ รวมทั้งการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกจริงของโครงสร้างสะพานที่มีผลการทดสอบที่ผ่านเกณฑ์ทั้งด้านกำลัง และระยะการเคลื่อนตัวในแนวดิ่ง (Vertical Displacement) โดยมีอัตราส่วนความปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรมที่เพียงพอ ทำให้งานบูรณะสะพานลอยกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 35 ที่ กม. 34 นี้ สามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ วสท. ได้แนะนำให้มีการติดตามสมรรถนะของสะพานอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันความสมบูรณ์ด้านเสถียรภาพของสะพาน และจะร่วมประสานงานให้คำแนะนำในด้านความปลอดภัยต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของงานด้านมาตรฐานความแข็งแรงของโครงสร้างนั้น  รศ.ดร.สุนิติ สุภาพ  ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้เข้าพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบสภาพทั่วไปของโครงสร้างสะพานรวมถึงร่วมติดตามการทดสอบโดยใช้รถบรรทุกวิ่งบนสะพานเพื่อนำผลการทดสอบดังกล่าวมาประเมินสมรรถนะในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างสะพาน จากผลการทดสอบพบว่า โครงสร้างสะพานมีความสามารถในการรับน้ำหนักรถบรรทุกได้อย่างปลอดภัยและสามารถเปิดใช้งานได้ตามแผนงานที่กรมทางหลวงกำหนด โดยโครงสร้างสะพานดังกล่าวมีความแข็งแรงและปลอดภัยเพียงพอต่อการใช้งานตามมาตรฐานวิศวกรรมที่ดี

ทั้งนี้หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่าง ๆ สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

administrator

Related Articles