อบจ.จับมือ ทสจ.ร่วมปลูกต้นไม้ในเมือง พัฒนาสมุทรสาครมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ลดฝุ่นละออง PM2.5

อบจ.จับมือ ทสจ.ร่วมปลูกต้นไม้ในเมือง พัฒนาสมุทรสาครมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ลดฝุ่นละออง PM2.5
ช่วยแชร์

          เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.ของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ที่ลานกิจกรรมศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขามหาชัย 2 (ถนนเอกชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร จัดกิจกรรม “ต้นไม้ในเมือง มุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ลดฝุ่นละออง PM2.5” โดยมีนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดกิจกรรม ร่วมด้วย  นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจรรม และ นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวชี้แจงเกี่ยวกับประโยชน์ของการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดก๊าซเรือนกระจก และลดฝุ่นละออง เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยกิจกรรมภายในงานก็มีทั้งการมอบกล้าไม้ยืนต้นให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในพื้นที่จำนวน 500 ต้น และปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 150 ถุง การตรวจวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยการวัดเส้นรอบวง วัดความสูงของต้นไม้ เพื่อคำนวณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก และบำรุงดูแลพรวนดินและใส่ปุ๋ยบำรุงดินให้ต้นเหลืองปรีดียาธรอายุ 5 ปี ที่ปลูกไว้บนเกาะกลางถนนเอกชัย จำนวน 709 ต้น ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ขณะที่การวัดปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนนเอกชัยทั้ง 709 ต้น พบว่ามีปริมาณที่กักเก็บได้ 97,668.42 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

  นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า กิจกรรม “ต้นไม้ในเมือง มุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ลดฝุ่นละออง PM2.5” ที่จัดขึ้นนี้ สืบเนื่องจากประเทศไทยได้เข้าร่วมในภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 และประกาศเป้าหมายไปสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutral) ภายในปีพ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ.2608 การลดก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นมุ่งหมายสำคัญอีกข้อที่จะทำให้เป้าหมายเหล่านั้นบรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs ของสหประชาชาติ  อันจะเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยการปลูกป่าหรือปลูกต้นไม้ จะช่วยการลดก๊าซเรือนกระจกได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงช่วยดูดซับฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศได้ด้วย ดังนั้นทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร จัดกิจกรรม : ต้นไม้ในเมือง มุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ลดฝุ่นละออง PM2.5ขึ้น เพื่อบำรุงรักษาต้นไม้ซึ่งเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของจังหวัดสมุทรสาคร,เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของต้นไม้ในพื้นที่เกาะกลางถนนเอกชัย, เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ที่ช่วยลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อน

นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้กล่าวชี้แจงเกี่ยวกับประโยชน์ของการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดก๊าซเรือนกระจก และลดฝุ่นละออง เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำว่า ปัจจุบันทั่วโลกได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนับวันจะส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น อย่างที่เห็นในสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยก็ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีการตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน และปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาคร ได้แต่งตั้งคณะทำงานการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานคณะทำงาน มีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นฝ่ายเลขานุการ ทั้งนี้แนวทางหนึ่งในการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกคือ การปลูกต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้เป็นตัวช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสงและจะนำมาสะสมไว้ในต้นไม้ ทั้งใบ กิ่ง  ลำต้น และรากใต้ดิน ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถูกตรึงอยู่ในต้นไม้จนกว่าจะมีการตัดต้นไม้ออกไป ต้นไม้หนึ่งต้นสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 9 -15 กิโลกรัมต่อปี สามารถผลิตออกซิเจนให้มนุษย์ได้หายใจสำหรับ 2 คนต่อปี ช่วยดูดซับความร้อนลดอุณหภูมิรอบบ้านได้ 3 – 5 องศาเซลเซียส รวมทั้งช่วยดักจับฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศได้ถึง 1.4 กิโลกรัมต่อปีนอกจากนี้ ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น นำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ สร้างที่อยู่อาศัย เป็นอาหารและสมุนไพรรักษาโรค ช่วยเก็บกักดูดซับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ทำให้ฝนตกทำฤดูกาล เป็นกำแพงป้องกันและลดผลกระทบจากคลื่นลมที่กัดเซาะชายฝั่ง ตลอดจนยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและสัตว์ต่างๆ จะเห็นได้ว่าต้นไม้ประโยชน์อย่างมหาศาล จึงขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ทุกครั้งที่มีโอกาสเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ขณะที่นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดกิจกรรมครั้งนี้ว่า  จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ภาวะน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น และยังมีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวของทุกปีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม เนื่องจากเป็นเขตปริมณฑลรองรับการเจริญเติบโตจากกรุงเทพมหานคร มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีถนนสายหลักเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานคร คือถนนพระราม 2 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและถนนเพชรเกษม ซึ่งสภาพการจราจรทั้ง 2 เส้นทางนี้ค่อนข้างหนาแน่น นอกจากนี้การเผาในที่โล่ง เช่นการเผาขยะมูลฝอยหรือการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ก็เป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามจังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมมือขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองมาอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบันได้มีการตั้งคณะทำงานการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว สำหรับกิจกรรมการบำรุงดูแลรักษาต้นไม้ และการตรวจวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ ที่จัดขึ้นนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมากเพราะเป็นการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว ที่จะช่วยดูดซับฝุ่นละอองช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก และยังช่วยฟอกอากาศ เพิ่มออกซิเจนเป็นร่มเงาและลดความร้อน และสามารถคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงจากการดำเนินกิจกรรมและวัดผลสัมฤทธิ์ได้อีกด้วย ขณะที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ก็ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้อย่างเดียวที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ ทุกคนสามารถร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วยการเริ่มลงมือทำ เช่น การปั่นจักรยาน ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ ลดใช้พลังงานในบ้าน เปลี่ยนใช้หลอดไฟเป็นLED การคัดแยกขยะมูลฝอยและนำไปรีไซเคิล เป็นต้น หากทุกคนร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้ ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ช่วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก็จะช่วยลดโลกร้อน ลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ และสุดท้ายก็จะส่งผลให้สมุทรสาคร เป็นเมืองคาร์บอนต่ำได้อย่างแน่นอน

 

 

administrator

Related Articles