อำเภอกระทุ่มแบน จัดอบรมให้ความรู้ทีมอาสาดูแล รักษาและพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง

อำเภอกระทุ่มแบน จัดอบรมให้ความรู้ทีมอาสาดูแล รักษาและพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง
ช่วยแชร์

อำเภอกระทุ่มแบน จัดอบรมให้ความรู้ทีมอาสาดูแล รักษาและพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง

เมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 18 สิงหาคม 2566 นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้ทีมอาสาดูแล รักษาและพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ณ หอประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองคลองมะเดื่อ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีนายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน (กล่าวรายงาน) ร่วมด้วย นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นายบัญชา ฤทธิศาสตร์ นายก ทม.คลองมะเดื่อ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ทสม. และนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสสรณ์ ซึ่งอยู่ในเขตแนวคลองภาษีเจริญ เข้ารับการอบรม  ในการนี้ได้รับเกียรติ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญยะโสภัต อดีตอธิบดีกรมการปกครอง  และนายสมพร อ่วมกระทุ่ม ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ

สำหรับโครงการอบรมให้ความรู้ทีมอาสาดูแล รักษาและพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง อำเภอกระทุ่มแบน ได้จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังจิตใต้สำนึกในการรักษาและดูแลคูคลองในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ของอำเภอกระทุ่มแบน ตลอดจน เพื่อสร้างเครือข่ายภาคีอาสาดูแลรักษาและพัฒนา แม่น้ำให้ครบทุกหมู่บ้าน ตำบล รวมทั้งสถานศึกษา ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน การกระทำที่ส่งผลต่อแม่น้ำ ลำคลอง ในทางเสื่อมเสีย (น้ำเน่าเสีย) หากพบการกระทำดังกล่าว ให้แจ้งหรือรายงานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องทันที

 

นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  กล่าวว่า อำเภอกระทุ่มแบน เป็นพื้นที่ที่มีความเจริญเติบโต ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และมีภาคเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก โดยภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และภาคครัวเรือนในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน ต่างมีความสัมพันธ์และพึ่งพาอาศัย จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ทั้งในเรื่องของการขนส่ง คมนาคม ใช้เป็นต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม เป็นทรัพยากรในการดูแลผลิตผล ทางการเกษตร ซึ่งเหล่านี้ใช้ทรัพยากรน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่าทุกภาคส่วนต้องพึ่งพาอาศัยแหล่งน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ฉะนั้นการให้ความรู้ ความเข้าใจและสร้างกลุ่มเครือข่ายในการดูแล รักษาและพัฒนาแม่น้ำลำคลองให้ดีขึ้นและเป็นเครือข่ายอาสาในการป้องกันและตรวจตรา แม่น้ำ ลำคลองในพื้นที่ ก็จะช่วยทำให้สายน้ำแต่ละสายนั้น คืนกลับมาดีได้ หรือยังคงอยู่ในสภาพที่อุดมสมบูรณ์ต่อไปได้อย่างยาวนาน.

administrator

Related Articles