5 เสือกระทรวงแรงงาน จ.สมุทรสาคร เยี่ยมบ้านแรงงานไทยในอิสราเอล ญาติเผยสุดห่วงพี่ชายอยู่พื้นที่เสี่ยง อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยพากลับประเทศ

5 เสือกระทรวงแรงงาน จ.สมุทรสาคร เยี่ยมบ้านแรงงานไทยในอิสราเอล ญาติเผยสุดห่วงพี่ชายอยู่พื้นที่เสี่ยง อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยพากลับประเทศ
ช่วยแชร์

5 เสือกระทรวงแรงงาน จ.สมุทรสาคร เยี่ยมบ้านแรงงานไทยในอิสราเอล ญาติเผยสุดห่วงพี่ชายอยู่พื้นที่เสี่ยง อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยพากลับประเทศ

จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอลจนกลายเป็นภาวะสงคราม (ตามที่เป็นข่าว) ในขณะนี้ โดยพบว่ามีแรงงานไทยราว 25,000 คนทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล และในจำนวนนี้มีคนไทยที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 17 คน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นขณะนี้มีแรงงานไทย 1 ใน 17 คน ได้ยื่นแสดงความจำนงผ่านแอพพลิเคชั่นถึงกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงใกล้กับฉนวนกาซา คือ นายสุรสิทธิ์ ชูชื่น อายุ 39 ปี  ลูกจ้างภาคเกษตรกรรม

โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ทางหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดสมุทรสาคร ประกอบด้วย นางสาวพินยุดา แจ่มจันทร์ศรี แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร นายวันชัย สาครมณีรัตน์ จัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร นางสาวสุวดี ทวีสุขสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร นายวิระ อุ่นอก    ผอ.สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 27 สมุทรสาคร นางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมเยียนบ้านของนายสุรสิทธิ์ ชูชื่น ณ บ้านเลขที่ 354 หมู่ที่ 4 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยได้พบกับนายสุทธิศักดิ์ ชูชื่น อายุ 37 ปี น้องชายของนายสุรสิทธิ์ฯ (แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล) ซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับน้องชายนั้น ก็บอกว่า ทุกคนต่างก็รู้สึกเป็นห่วงพี่ชายเป็นอย่างมาก อยากให้เดินทางกลับมาประเทศไทยเร็วๆ  โชคยังดีที่ทุกวันนี้ทางบ้านยังสามารถติดต่อกับพี่ชายได้ จึงพอทำให้คลายความกังวลใจลงไปได้ในระดับหนึ่ง แม้จะยังต้องหลบอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

นายวันชัย สาครมณีรัตน์ จัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากการสำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จังหวัดสมุทรสาครมีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอลจำนวน 17 คน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและยังไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายแต่อย่างใดทั้งสิ้น มีเพียงรายนี้คือนายสุรสิทธิ์ ชูชื่น ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง แต่ก็ได้ยื่นเรื่องต่อกระทรวงการต่างประเทศ ผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว คาดว่าเร็วๆนี้ จะได้เดินทางกลับมาประเทศไทยตามที่รัฐบาลไทยได้เตรียมให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแน่นอน ซึ่งก็ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะให้การดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนอย่างดีที่สุด และให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกชีวิตมีความปลอดภัย

ด้านนายสุทธิศักดิ์ ชูชื่น น้องชายของนายสุรสิทธิ์ฯ (แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล) เปิดใจว่า พี่ชายตัดสินใจเดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอลตั้งแต่เมื่อราวๆ 2 ปีที่แล้วกับบริษัทจัดหางานรายหนึ่ง เพราะต้องการหาเงินมาให้กับครอบครัว เนื่องจากงานที่ทำอยู่ได้เงินไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ซึ่งในส่วนของตัวเองและครอบครัวก็ไม่อยากให้พี่ชายไปทำงานต่างประเทศ แต่ก็เคารพการตัดสินใจของพี่ชายเสมอมา กระทั่งมาเกิดเหตุสงครามครั้งนี้ ตอนแรกพี่ชายก็บอกว่ายังไม่กลับเพราะต้องการอยู่ทำงานต่อ แต่เมื่อเช้านี้ ( 10 ต.ค.66) พี่ชายบอกว่าอยากกลับประเทศไทยแล้ว เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนเองก็อยากให้พี่ชายได้เดินทางกลับมาบ้านโดยเร็วที่สุด และจะไม่ยอมให้พี่กลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลอีกแล้ว

นอกจากนี้ทางคณะ 5 เสือ สังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดสมุทรสาคร ยังได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 107/ 489 ม. 5 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร อีก 1 หลัง ซึ่งเป็นบ้านที่มีชื่อของแรงงานไทยรายหนึ่งไปทำงานในประเทศอิสราเอลเช่นเดียวกัน โดยที่บ้านหลังนี้เป็นเพียงบ้านของลุงกับป้า ส่วนบ้านแม่ของแรงงานไทยรายนี้อยู่ที่จังหวัดระยอง ทั้งนี้จากการที่ได้พูดคุยกับแม่ของแรงงานไทยผ่านทางโทรศัพท์ ก็ทราบว่า แรงงานไทยรายนี้ไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัย โดยลูกชายสมัครใจที่จะอยู่ต่อไป และไม่แสดงความจำนงขอกลับประเทศไทย ซึ่งทางแม่นั้นแม้จะได้พูดคุยกับลูกผ่านวีดีโอคอลเห็นว่าลูกชายและลูกเขยปลอดภัยดี แต่ใจจริงๆ ก็อยากให้กลับมาประเทศไทยเช่นเดียวกัน ส่วนจะกลับหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกชาย

 

administrator

Related Articles