ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว ติดตามปัญหา 2 หนุ่มถูกรุมกระทืบคางานเลี้ยงข้างบ้าน

ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว ติดตามปัญหา 2 หนุ่มถูกรุมกระทืบคางานเลี้ยงข้างบ้าน
ช่วยแชร์

ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว ติดตามปัญหา 2 หนุ่มถูกรุมกระทืบคางานเลี้ยงข้างบ้าน

 

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 28 ธันวาคม 2566  นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตต์อารีย์รัตน์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ประจำรองนายกรัฐมนตรี (สมศักดิ์ เทพสุทิน) ได้ลงพื้นที่ไปที่  สภ.บ้านแพ้ว  จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามข้อร้องเรียนของผู้เสียหาย ที่ได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านมายังกระทรวงยุติธรรม อันเนื่องมาจากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางผู้เสียหายถูกกลุ่มคนกว่า 20 คน รุมทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะต่อย กระทืบ ตั้งแต่งานเลี้ยงตามไปถึงบ้านพักของผู้เสียหาย อีกทั้งยังมีการใช้ปืนยิงด้วย (ตามคำบอกเล่าของผู้เสียหาย) จนทำให้ผู้เสียหาย 1 คน มีอาการบาดเจ็บทั้งร่างกายและที่ตาข้างซ้ายจนมองเห็นไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีน้องชายของผู้เสียหายอีก 1 คน ที่เข้าไปช่วยพี่ชายถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บที่ร่างกายและใบหู ส่วนสาเหตุเกิดจากการมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของผู้เสียหายมากนัก ขณะที่สาเหตุก็มาจากผู้เสียหายถูกหญิงสาวรายหนึ่งกล่าวหาว่า ไปจับหน้าอก (นม) ในช่วงจังหวะที่กำลังเต้นกันอยู่หน้าเวที ทำให้แฟนหนุ่มของหญิงสาวไม่พอใจเลยมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน และนำไปสู่การกระทำดังกล่าว ซึ่งทางด้านผู้เสียหายก็ยืนยันว่าไม่ได้ไปจับหน้าอกใคร และไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อนเลย แต่กลุ่มผู้เสียหายมีมากกว่า อีกทั้งยังทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล พูดจาข่มขู่และใช้อาวุธปืน แถมยังตามมาทำร้ายถึงที่บ้าน ก่อให้เกิดความเกรงกลัวจนไม่กล้ากลับเข้าบ้าน

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตต์อารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี จากการที่ได้ลงพื้นที่มา พร้อมกับ นายเทวา จุฬารี ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษเขตพื้นที่ 7 กองปฏิบัติการพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลจากทาง พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพ้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กับ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว รวมถึงจากปากของผู้เสียหาย 2 คน คือ นายบอย กับ นายหรั่ง นั้น ก็บอกว่า เหตุที่ต้องลงมาครั้งนี้ เนื่องจากบุคคลทั้งสองได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังกระทรวงยุติธรรม ให้เข้ามาช่วยเหลือในปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดี อีกทั้งยังกลัวอิทธิพลของอีกฝ่ายที่จะตามมาทำร้ายซ้ำหากพวกตนกลับเข้าบ้าน   เบื้องต้นนั้นก็ยังไม่ได้มีการฟันธงว่าใครผิดใครถูกเพราะต่างฝ่ายต่างก็แจ้งความต่อกันและกัน โดยต่างฝ่ายต่างก็มีอาวุธฝ่ายนี้มีมีด อีกฝ่ายมีปืนและทำร้ายร่างกายกัน ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ทางผู้กำกับการ สภ.บ้านแพ้ว ทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ได้โดยเร็ว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าด้วยข้อกฎหมายที่ต้องลงโทษผู้กระทำความผิดในทุกกรณี อาทิเช่น มีการลวนลามเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการทำร้ายร่างกายกันในรูปแบบไหน ใครใช้อาวุธข่มขู่ผู้อื่นบ้าง พฤติการณ์การก่อเหตุเป็นเช่นไร  มีใครที่ร่วมก่อเหตุบ้าง และมีใครเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้บ้าง เป็นต้น จากนั้นก็ต้องแยกการดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละอย่างให้ชัดเจนที่สุด

นายกองตรี ดร.ธนกฤตฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายบอย กับ นายหรั่ง บอกว่า เกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มคู่กรณีนั้น ก็ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ DSI ลงไปหาสืบหาว่า บุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึงนั้น เป็นผู้มีอิทธิพลจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ประพฤติผิดจริงก็ต้องนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายกองตรี ดร.ธนกฤตฯ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใดทั้งนั้น เพราะอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและการติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ตลอดจนการสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว จะเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนกระทรวงยุติธรรมนั้น จะเข้ามารักษาสิทธิให้แก่ผู้ร้องเรียน หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ยังมาเพื่อพาผู้เสียหายทั้ง 2 คน กลับสู่บ้านของตัวเองด้วย เนื่องจากน้องทั้งสองคนบอกว่า หลังเกิดเหตุไม่กล้ากลับเข้าบ้านเพราะเกรงว่า กลุ่มคู่กรณีจะมาทำร้ายร่างกาย ซึ่งก็ยืนยันได้ว่า หลังจากวันนี้ไปทั้งสองคนจะกลับบ้านได้ไม่มีใครมาทำร้ายอย่างแน่นอน อีกทั้งยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจตราความสงบเรียบร้อยให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพ้ว กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับใคร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ร้องทุกข์กล่าวโทษกันและกัน ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายบอกว่า ตอนที่ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจฯ  พอคู่กรณีเจอก็เข้ามารุมทำร้ายบน สภ.ไม่เกรงกลัวกฎหมาย  และยังมีพูดจาเชิงข่มขู่ด้วยนั้น ก็ได้มีการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า ไม่มีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันบนโรงพักอย่างแน่นอน แต่น่าจะเกิดขึ้นตรงสถานที่ใกล้ๆ กับโรงพัก ไม่ใช่บนโรงพัก

 

administrator

Related Articles