นอภ.เมืองสมุทรสาครลงพื้นที่เคลียร์ปัญหาคาใจชาวบางน้ำจืด ถนนพัง 4 เดือนยังไม่เร่งซ่อมแซม

นอภ.เมืองสมุทรสาครลงพื้นที่เคลียร์ปัญหาคาใจชาวบางน้ำจืด ถนนพัง 4 เดือนยังไม่เร่งซ่อมแซม
ช่วยแชร์

นอภ.เมืองสมุทรสาครลงพื้นที่เคลียร์ปัญหาคาใจชาวบางน้ำจืด ถนนพัง 4 เดือนยังไม่เร่งซ่อมแซม

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ของวันที่ 19 เมษายน 2567 ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับ นายสุบรรณ มานะวิทยาการ นายก อบต.บางน้ำจืด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ สำนักชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร และ ผู้แทนกรมเจ้าท่า ได้ลงพื้นที่บริเวณถนนเลียบคลองสี่วาตากล่อม ข้างวัดโพธิ์แจ้ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เพื่อร่วมกันชี้แจงถึงความล่าช้าในการซ่อมแซมถนนดังกล่าว หลังจากที่เกิดการสไลต์ตัวเป็นระยะทางยาวราวๆ 300 เมตร นับตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 จนถึงวันนี้ (19 มีนาคม 67) เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มของการเริ่มต้นซ่อมแซมถนนให้ชาวบ้านหรือผู้ใช้รถใช้ถนนได้เห็น  ทั้งๆ ที่ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายสำคัญในการเดินทางสัญจรอีกเส้นทางหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร  เชื่อมต่อกับตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน

ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้มีการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ทราบว่า ปัญหาความล่าช้านั้น แท้จริงแล้วเกิดจากงานด้านธุรการของหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติว่าจะดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมได้หรือไม่ เพราะถนนเส้นนี้อยู่ในแนวเขตทางของกรมชลประทาน จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ สำนักชลประทานที่ 11 ที่ยังไม่ได้ออกหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการกลับมาที่ อบต. บางน้ำจืด ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ฯ งานธุรการให้เหตุผลว่า ต้องมีเอกสารจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความยินยอมประกอบการพิจารณา ดังนั้นตอนนี้จึงอยู่ในช่วงระหว่างรอเอกสารที่ได้ร้องขอไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่กรมชลประทานก็เห็นชอบในการซ่อมแซมจุดที่เกิดเหตุ แต่เมื่อยังไม่มีหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการจากสำนักชลประทานที่ 11 จึงส่งผลให้หน่วยงานในระดับพื้นที่คือ อบต.บางน้ำจืดที่ได้ขออนุมัติงบฯ จำนวน 6 ล้านบาท ไว้รอดำเนินการแล้วนั้น จึงยังไม่สามารถที่จะประกาศจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ ทั้งนี้หากหนังสืออนุมัติตอบกลับมาที่ อบต.บางน้ำจืด ภายในวันนี้ ทาง อบต.บางน้ำจืด ก็จะสามารถประกาศจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมาได้ทันทีภายใน 45 วัน จากนั้นก็จะดำเนินการก่อสร้างหรือซ่อมแซมถนนที่เกิดการสไลต์ตัวให้แล้วเสร็จตามที่กฎหมายกำหนดคือ ภายใน 180 วัน หรือเร็วกว่านั้น

ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ยังได้กล่าวด้วยว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนเส้นทางนี้ด้วย ซึ่งการซ่อมแซมถ้าช้าลงไป 1 วัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวบ้านมากขึ้นอีก 1 วัน นอกจากนี้หากปล่อยไว้นานวัน ยังจะส่งผลทำให้ถนนเกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่างวัดโพธิ์แจ้ ก็จะได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อที่จะคลายปัญหาความทุกข์หรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้เบาบางลง

ด้านตัวแทนชาวบ้านบอกว่า ถนนเส้นนี้ นับเป็นเส้นทางการสัญจรที่สำคัญมาก หลายคนต้องเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือสัญจรไปมา ซึ่งนับตั้งแต่ถนนเกิดการสไลต์ตัวก็เป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่เห็นว่าจะมีการซ่อมแซมสักที หลายคนก็เข้าใจไปว่าเป็นความล่าช้าของทาง อบต.บางน้ำจืด  จึงได้มารวมตัวกัน เพื่อขอให้นายอำเภอ อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งพอได้มารับฟังจากนายอำเภอว่า ความล่าช้านั้นแท้จริงแล้วเกิดจากอะไร และมีแนวทางดำเนินการอย่างไรนั้น ก็ทำให้ทุกคนยิ้มได้กับความหวังที่รอคอยว่า ถนนเส้นนี้จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้.

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ของวันที่ 19 เมษายน 2567 ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับ นายสุบรรณ มานะวิทยาการ นายก อบต.บางน้ำจืด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ สำนักชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร และ ผู้แทนกรมเจ้าท่า ได้ลงพื้นที่บริเวณถนนเลียบคลองสี่วาตากล่อม ข้างวัดโพธิ์แจ้ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เพื่อร่วมกันชี้แจงถึงความล่าช้าในการซ่อมแซมถนนดังกล่าว หลังจากที่เกิดการสไลต์ตัวเป็นระยะทางยาวราวๆ 300 เมตร นับตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 จนถึงวันนี้ (19 มีนาคม 67) เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มของการเริ่มต้นซ่อมแซมถนนให้ชาวบ้านหรือผู้ใช้รถใช้ถนนได้เห็น  ทั้งๆ ที่ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายสำคัญในการเดินทางสัญจรอีกเส้นทางหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร  เชื่อมต่อกับตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน

ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้มีการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ทราบว่า ปัญหาความล่าช้านั้น แท้จริงแล้วเกิดจากงานด้านธุรการของหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติว่าจะดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมได้หรือไม่ เพราะถนนเส้นนี้อยู่ในแนวเขตทางของกรมชลประทาน จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ สำนักชลประทานที่ 11 ที่ยังไม่ได้ออกหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการกลับมาที่ อบต. บางน้ำจืด ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ฯ งานธุรการให้เหตุผลว่า ต้องมีเอกสารจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความยินยอมประกอบการพิจารณา ดังนั้นตอนนี้จึงอยู่ในช่วงระหว่างรอเอกสารที่ได้ร้องขอไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่กรมชลประทานก็เห็นชอบในการซ่อมแซมจุดที่เกิดเหตุ แต่เมื่อยังไม่มีหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการจากสำนักชลประทานที่ 11 จึงส่งผลให้หน่วยงานในระดับพื้นที่คือ อบต.บางน้ำจืดที่ได้ขออนุมัติงบฯ จำนวน 6 ล้านบาท ไว้รอดำเนินการแล้วนั้น จึงยังไม่สามารถที่จะประกาศจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ ทั้งนี้หากหนังสืออนุมัติตอบกลับมาที่ อบต.บางน้ำจืด ภายในวันนี้ ทาง อบต.บางน้ำจืด ก็จะสามารถประกาศจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมาได้ทันทีภายใน 45 วัน จากนั้นก็จะดำเนินการก่อสร้างหรือซ่อมแซมถนนที่เกิดการสไลต์ตัวให้แล้วเสร็จตามที่กฎหมายกำหนดคือ ภายใน 180 วัน หรือเร็วกว่านั้น

ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ยังได้กล่าวด้วยว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนเส้นทางนี้ด้วย ซึ่งการซ่อมแซมถ้าช้าลงไป 1 วัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวบ้านมากขึ้นอีก 1 วัน นอกจากนี้หากปล่อยไว้นานวัน ยังจะส่งผลทำให้ถนนเกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่างวัดโพธิ์แจ้ ก็จะได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อที่จะคลายปัญหาความทุกข์หรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้เบาบางลง

 

ด้านตัวแทนชาวบ้านบอกว่า ถนนเส้นนี้ นับเป็นเส้นทางการสัญจรที่สำคัญมาก หลายคนต้องเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือสัญจรไปมา ซึ่งนับตั้งแต่ถนนเกิดการสไลต์ตัวก็เป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่เห็นว่าจะมีการซ่อมแซมสักที หลายคนก็เข้าใจไปว่าเป็นความล่าช้าของทาง อบต.บางน้ำจืด  จึงได้มารวมตัวกัน เพื่อขอให้นายอำเภอ อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งพอได้มารับฟังจากนายอำเภอว่า ความล่าช้านั้นแท้จริงแล้วเกิดจากอะไร และมีแนวทางดำเนินการอย่างไรนั้น ก็ทำให้ทุกคนยิ้มได้กับความหวังที่รอคอยว่า ถนนเส้นนี้จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้.

administrator

Related Articles