ชุดป้องกันจังหวัดสมุทรสาครร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอบ้านแพ้ว จับบุหรี่ไฟฟ้าขายในร้านสะดวกซื้อ

ชุดป้องกันจังหวัดสมุทรสาครร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอบ้านแพ้ว จับบุหรี่ไฟฟ้าขายในร้านสะดวกซื้อ
ช่วยแชร์

ชุดป้องกันจังหวัดสมุทรสาครร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอบ้านแพ้ว จับบุหรี่ไฟฟ้าขายในร้านสะดวกซื้อ

เมื่อเวลา12.30น.วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ภายใต้การอำนวยการของ นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายชัยวัฒน์ ตุนทกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร และ นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอบ้านแพ้วได้สั่งการให้นายปฐม เอมโอษฐ์ ป้องกันจังหวัดสมุทรสาครพร้อมด้วย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกองร้อยบังคับการและบริการ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอบ้านแพ้ว ดำเนินการและขับเคลื่อนนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม  โดยดำเนินการเข้าตรวจสอบบริเวณร้าน Honeys house ตั้งอยู่บริเวณใกล้ตลาดนัดตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ จากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า บริเวณบริเวณร้านสะดวกซื้อบริเวณตลาดนัดชื่อร้าน Honeys house ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ต่อมาวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ตามคำสั่งที่ 3883/2566 เรื่อง แต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจริงซึ่งร้านที่ได้รับการร้องเรียน ตั้งอยู่ ณ บริเวณร้านสะดวกซื้อ  ชื่อร้าน Honeys house (ติดกับร้านนัดโมบาย) ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

จากการเข้าดำเนินการของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร พบว่าร้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคารชุดประตูทางเข้าเป็นกระจกปิดด้วยสติ๊กเกอร์สีขาวทึบ เมื่อสายลับเปิดประตูเข้าไปภายในร้านพบบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์วางอยู่ในตู้กระจกใสตั้งอยู่บริเวณกลางร้านและพบผู้หญิง จำนวน 1 ราย ยืนอยู่หลังตู้กระจกภายในร้าน สายลับจึงทำการขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากผู้หญิงคนดังกล่าวเมื่อสายลับได้บุหรี่ไฟฟ้าและชำระเงิน (โดยใช้ธนบัตรฉบับละ 500 บาท ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำรายงานประจำวันไว้แล้วทำการล่อซื้อ) แล้ว จึงได้แจ้งเจ้าพนักงานชุดจับกุมทราบ เมื่พนักงานชุดจับกุมทราบว่ามีการจำหน่ายฯจริง จึงได้เข้าตรวจสอบขณะเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าว พบ นางสาวเสาวลักษณ์  (ขอสงวนนามสกุล) ยืนอยู่หลังตู้กระจกภายในร้าน เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน นางสาวเสาวลักษณ์  แสดงตนเป็นพนักงานขายประจำร้าน ซึ่งให้การยอมรับว่าที่ร้านมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าจริง ซึ่งตนเป็นผู้จำหน่ายเจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ นางสาวเสาวลักษณ์  พึงพอใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นภายในร้าน หลังจากการตรวจค้นพบธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้ออยู่ที่ช่องเก็บของใต้ตู้โชว์บุหรี่ไฟฟ้าเจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหา “ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 และมาตรา 246 วรรคแรก ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557″ และ”ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าโดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” และแจ้งสิทธิตามกฎหมายในเบื้องต้นให้ นางสาวเสาวลักษณ์   ทราบและเข้าใจดีแล้ว การดำเนินการจับกุมและตรวจพบของกลาง 6 รายการ

1.หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบเปลี่ยน จำนวน 1560 ชิ้น2.บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง 667 ชิ้น3.บุหรีไฟฟ้าแบบ pot 69 ชิ้น4.คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า 340 ชิ้น5.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบเติม595 ขวด6.สมุดบัญชีรายการสิ่งของ 1 เล่มมูลค่าของกลางทั้งสิ้น ประมาณ 757,710 บาททั้งนี้ นางสาวเสาวลักษณ์  ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าพนักงานชุดจับกุม จึงรวบรวม ของกลางทั้งหมด พร้อมทั้งควบคุมตัว นางสาวเสาวลักษณ์  มาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านแพ้ว   จังหวัดสมุทรสาคร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้วเพื่อดำเนินคดีต่อไป.

administrator

Related Articles