“ศักดิ์สยาม” ลั่น ปลายปี 63 ถนนพระราม 2 เสร็จแน่นอนหลังจากลงพื้นที่ดูสภาพการจราจรจริง

“ศักดิ์สยาม” ลั่น ปลายปี 63 ถนนพระราม 2 เสร็จแน่นอนหลังจากลงพื้นที่ดูสภาพการจราจรจริง
ช่วยแชร์
  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ได้เดินทางมาที่สำนักงานควบคุมโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ตอน 3 ระหว่าง กม.17+400 – กม.21+500 สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยมี นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง,นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร,พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,นายทองแดง เบ็ญจปัก ส.ส.จังหวัดสมุทรสาคร ตลอดจนตัวแทนจากหลายภาคส่วนทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้แทนโครงการ และผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่มาร่วมหารือวางแนวทางการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างปรับปรุงถนนพระราม 2 เริ่มตั้งแต่ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระหว่าง กม. 9+800 – 21+500 ระยะทาง 11.7 กม. โดยขยายช่องทางหลักจาก 3 ช่องจราจร เพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงช่องทางคู่ขนานเป็น 3 ช่องจราจร ทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งวางท่อระบายน้ำใหม่ ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มเติม ขยายสะพานข้ามคลองบางน้ำจืด สะพานข้ามคลองคอกควาย สร้างสะพานกลับรถที่ กม.16 และสะพานข้ามทางรถไฟใหม่ งบประมาณกว่า 2,310 ล้านบาท ทั้งนี้หลังจากที่มีการประชุมเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว คณะของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้เดินทางไปที่บริเวณสะพานลอยหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ ถ.พระราม 2 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ตัวแทนคนรักพระราม 2 มารอพบและยื่นเอกสารเป็นจดหมายเปิดผนึกชี้แจงความเดือดร้อนของผู้ใช้รถใช้ถนน กับผู้ที่มีบ้านเรือนหรือสถานประกอบการอยู่ติดกับถนนพระราม 2 พร้อมเสนอแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนในการแก้ปัญหาถนนพระราม 2 ร่วมกัน นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถนนพระราม 2 เป็นถนนสายหลักลงไปสู่ภาคใต้ มีรถขนส่งรถบรรทุก รวมถึงรถยนต์สัญจรผ่านไปจำนวนมาก การก่อสร้างล่าช้าทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนต่อผู้ใช้ถนนสัญจร รถติดหนักยิ่งขึ้นทุกวัน การก่อสร้างและปรับปรุงก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน สร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ผู้รับเหมาและผู้ควบคุมโครงการมิได้อำนวยความสะดวก ขาดการดูแลของเจ้าหน้าที่ เช่น ไม่ติดป้ายประกาศ และบางจุดการก่อสร้างไม่ติดแสงสว่างให้ทั่วถึง จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและประชาชนคนรักถนนพระราม2 เห็นว่าควรเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาด้วยกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ตั้งคณะทำงานโดยให้กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ในการรับผิดชอบเป็นหลัก แนวทางการแก้ปัญหาได้แก่สร้างทางเบี่ยง ทางลัดและจุดกลับรถ,ติดป้ายบอกเส้นทางและแสดงเครื่องหมายจราจรให้ชัดเจน รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจุดตัด จุดแยกการก่อสร้าง ส่วนทางด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากได้รับฟังบรรยายสรุปจากนายช่างควบคุมงานและอธิบดีกรมทางหลวงแล้ว พบว่า การปรับปรุงก่อสร้างเส้นทางนี้ มีการเซ็นสัญญาเมื่อปี2561 และสิ้นสุดสัญญาปี 2563 ทั้งนี้แม้การก่อสร้างจะล่าช้าไปราวๆ 18 % แต่ก็ขอยืนยันว่าการปรับปรุงถนนพระราม 2 นี้ จะต้องแล้วเสร็จภายในปลายปี 2563 อย่างแน่นอน จะไม่ยืดเยื้อมากไปกว่านี้อีกแล้ว โดยจะมีการเพิ่มเครื่องจักรเข้ามาอีก เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ขณะที่การก่อสร้างนั้นได้แบ่งสัญญาเป็น 3 ตอน ระยะทาง 11 กิโลเมตรเศษ สิ่งที่เป็นปัญหาการก่อสร้างคือ สภาพพื้นดินที่อยู่ด้านล่างเป็นดินอ่อน ต้องใช้ทรายถมเพื่อทำให้การก่อสร้างแข็งแรง แต่การใช้ทรายถมก็ต้องให้ทรายอยู่ตัวโดยใช้เวลาอีกประมาณ 180 วัน ซึ่งเป็นหลักการในการก่อสร้างปกติ แต่ปัญหาที่เจอก็คือด้านคมนาคม อย่างเช่น การจราจรบริเวณหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ ก็ได้หารือกันว่า จะใช้วิธีการบริหารจัดการจราจร โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนมาเป็นส่วนร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางจังหวัดในการสร้างความเข้าใจต่อผู้ใช้รถใช้ถนน มีการติดสัญญาณติดป้ายจราจรติดป้ายบอกทางให้ชัดเจน และมีการเปิดช่องจราจรเพิ่มขึ้นในชั่วโมงเร่งด่วน อีกทั้งยังจะให้ทางจังหวัดและตำรวจประสานสถานประกอบการขอความร่วมมือให้รถบรรทุกใหญ่ออกมาวิ่งหลังเวลาเร่งด่วนผ่านพ้นไป และตามข้อเสนอของพี่น้องประชาชนให้มีการตั้งคณะทำงานภาคประชาชนร่วมกับภาคราชการ เพื่อดูแลปัญหาในแต่ละจุดนั้น ก็ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครรับไปดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นมาตรการเร่งด่วนเบื้องต้น ส่วนบริเวณวัดพันท้ายนั้นคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะสามารถคืนผิวจาจรได้ แต่ก็คงไปเปิดผิวจราจรบริเวณต่อไป แต่เราจะไม่เปิดให้มันตรงข้ามกัน จะเปิดให้มันห่างกัน เพื่อไม่ให้มีภาวะคอขวดทั้ง 2 ข้าง ซึ่งจะทำให้เราสามารถมีวิธีการจัดการเหมือนเวลามีเทศกาล ที่สามารถในเวลาเร่งด่วน แล้วก็ดูว่าข้างไหนรถน้อยก็เปิดให้ทางรถมากมาใช้ทางรถน้อย สิ่งเหล่านี้ก็คงได้ช่วยกันบรรเทาปัญหาให้พี่น้อง แต่ถ้าสร้างเสร็จแล้วตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน.
administrator

Related Articles