ผวจ.สมุทรสาคร เปิดประชุมคณะทำงานบูรณาการแก้ปัญหาถนนพระราม 2

ผวจ.สมุทรสาคร เปิดประชุมคณะทำงานบูรณาการแก้ปัญหาถนนพระราม 2
ช่วยแชร์

จากสภาพปัญหาถนนพระราม 2 ที่มีการจราจรหนาแน่น รถติดขัดยาว อันเนื่องมาจากการก่อสร้างปรับปรุงถนนพระราม 2 เริ่มตั้งแต่ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระหว่าง กม.ที่ 9+800 – กม.ที่ 21+500 ระยะทาง 11.7 กม. โดยขยายช่องทางหลักจาก 3 ช่องจราจร เพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงช่องทางคู่ขนานเป็น 3 ช่องจราจร ทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งวางท่อระบายน้ำใหม่ ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มเติม ขยายสะพานข้ามคลองบางน้ำจืด สะพานข้ามคลองคอกควาย สร้างสะพานกลับรถที่ กม.16 และสะพานข้ามทางรถไฟใหม่ ภายใต้งบประมาณกว่า 2,310 ล้านบาทนั้น และต่อมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่พร้อมกับมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งคณะทำงานเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนผู้รับเหมาก่อสร้าง ภาคประชาชน และผู้ที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากการก่อสร้างปรับปรุงถนนพระราม 2 ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดช่วงระยะของการก่อสร้างนั้น


ต่อมาเมื่อเวลา 10.40 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนซึ่งประกอบไปด้วย ผู้แทนจากกรมทางหลวง,หัวหน้าหน่วยที่สังกัดกระทรวงคมนาคมในระดับแขวงและจังหวัด , ตำรวจนครบาล,ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร,ตำรวจทางหลวง,คนรักพระราม 2,ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้เส้นพระราม 2 และตัวแทนจากจังหวัดสมุทรสาคร มาประชุมหารือตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้สภาพปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ดีขึ้น โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครก็ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนจากการสร้างถนนพระราม 2 ชี้แจ้งปัญหาก่อน จากนั้นจึงให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสร้างถนนพระราม 2 และ การอำนวยความสะดวกบนถนนพระราม 2 ชี้แจงตามลำดับ ซึ่งก็ใช้เวลาในการประชุมร่วมกันนานประมาณ 2 ชั่วโมง


นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากการประชุมครั้งแรกนั้น ในที่ประชุมได้มีข้อสรุปที่สำคัญอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้าง โดยมีการเร่งรัดในการก่อสร้างผิวจราจรเพื่อที่จะให้คืนผิวจราจรให้เร็วที่สุด ซึ่งก็มีจุดวิกฤตอยู่ 3 จุดด้วยกัน ที่ทำให้การจราจรเหลือเลนเดียว โดยทั้ง 3 จุดนี้ ภายในเดือนกรกฎาคม หรืออย่างช้าก็กลางเดือนสิงหาคมทุกๆจุด ทั้ง 3 จุด จะต้องแล้วเสร็จ เพื่อทำให้รถสามารถวิ่งทางคู่ขนานควบคู่ไปกับเส้นทางด่วนได้ นอกจากนี้การก่อสร้างในช่วงต่อไป เวลาจะเปิดตรงจุดไหนก็ขอให้ปรึกษากันก่อน โดยทางคณะกรรมการการทำงานฯ จะให้คำแนะนำให้ข้อมูล ซึ่งในเรื่องการก่อสร้างนั้น ได้เน้นย้ำว่า ทำอย่างไรให้ลดผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด แล้วก็ในช่วงการก่อสร้างจะต้องมีป้ายเตือน ไฟวับวาบเตือน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนก็จะทำให้รถที่วิ่งระยะไกลสามารถใช้ความเร็วได้ปกติ ไม่ต้องชะลอ และเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ , ส่วนเรื่องที่สอง เป็นเรื่องของการบริหารการจราจรมี 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนที่1 ทำอย่างไรให้จำนวนรถที่วิ่งบนถนนพระราม 2 ลดลงมา ซึ่งก็ได้มี 2 แนวทาง คือ ทางที่ 1 อาจใช้วิธีการเบี่ยงในรถบรรทุกที่จะวิ่งลงใต้ ให้ไปวิ่งไปถนนเพชรเกษมหรือว่าถนนอื่นๆ แทน โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ได้รับทราบ ซึ่งตอนนี้ทางกรมทางหลวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ รวมถึงยังจะมีการประชาสัมพันธ์ด้วยการติดป้ายให้มากขึ้น ประชาสัมพันธ์ด้วยการออกสื่อต่างๆมากขึ้นด้วย เพื่อคนจะได้รับทราบ และทางที่สองก็คือ ลดจำนวนรถบรรทุกในจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะออกสู่พระราม 2 โดยจะเลี่ยงเวลาเดินรถ ซึ่งแต่เดิมสามารถวิ่งได้โดยที่ไม่จำกัดเวลา แต่ตอนนี้เริ่มปฏิบัติแล้วก็คือในชั่วโมงเร่งด่วนจะขอความร่วมมือไม่ให้รถบรรทุกออกมาวิ่ง ซึ่งก็เป็นแนวทางการลดปริมาณจำนวนรถบรรทุกบนพระราม 2 ได้ในระดับหนึ่ง เพราะในแต่ละวันประมาณรถ 200,000 คันนั้น เป็นรถบรรทุกประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ หากรถบรรทุกให้ความร่วมมือและปฏิบัติได้เช่นนี้ ก็จะทำให้ปริมาณลดลงและลดการจราจรติดขัดลงได้ ขณะที่เรื่องที่ 3 ก็เป็นเรื่องของการตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานตรงจุดนี้ โดยประกอบไปด้วย ทั้งในส่วนของราชการ เอกชน ประชาชน ก็จะร่วมกันในการประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อที่จะดูว่าจุดไหนที่เรากำหนดมาตรการแล้วจะมีปัญหาอีกหรือไม่ และจะต้องทำการประเมินผลและความสำเร็จตามมาด้วย เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับการก่อสร้างจุดอื่นต่อไป เพราะปัญหาแต่ละจุดนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ โดยคณะทำงานนี้จะทำงานร่วมกันไปจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จที่ภายในปี 2563

ด้านดร.มนตรี เดชาสกุลสม ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 นอกจากจะชี้แจงถึงหลักวิศวกรรมทางด้านการก่อสร้างถนนที่ทำให้เกิดความล่าช้าตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมทางหลวงชี้แจงไปแล้วนั้น ก็ยังได้ยืนยันว่า ในส่วนของจุดก่อสร้างบริเวณปากทางวัดพันท้ายนรสิงห์นั้น จะแล้วเสร็จภายในอีก 1 สัปดาห์ ซึ่งก็จะสามารถคืนพื้นผิวจราจรให้กับช่องคู่ขนาน และทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวสะดวกมากยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

administrator

Related Articles