รมว.คมนาคมยังไม่พอใจ งานก้าวหน้าแต่ไม่เป็นไปตามเป้า ด้านภาคเอกชนเตรียมลงทุนเปิดเส้นทางขนส่งเรือ RO-RO

รมว.คมนาคมยังไม่พอใจ งานก้าวหน้าแต่ไม่เป็นไปตามเป้า ด้านภาคเอกชนเตรียมลงทุนเปิดเส้นทางขนส่งเรือ RO-RO
ช่วยแชร์

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม,นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ในระหว่างการปรับปรุงและก่อสร้างถนนพระราม 2 เริ่มตั้งแต่ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระหว่าง กม. 9+800 – 21+500 ระยะทาง 11.7 กม. โดยขยายช่องทางหลักจาก 3 ช่องจราจร เพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงช่องทางคู่ขนานเป็น 3 ช่องจราจร ทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งวางท่อระบายน้ำใหม่ ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มเติม ขยายสะพานข้ามคลองบางน้ำจืด สะพานข้ามคลองคอกควาย สร้างสะพานกลับรถที่ กม.16 และสะพานข้ามทางรถไฟใหม่ ภายใต้งบประมาณกว่า 2,310 ล้านบาท โดยมีนายสมคิด จันทมฤก พร้อมด้ว พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และคณะทำงานบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้างบนถนนพระราม2 ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานควบคุมโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ตอน 3 ระหว่าง กม.17+400 – กม.21+500 สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยทางรัฐมนตรีฯ และคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปความคืบหน้าในการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไขปัญหาในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นจึงได้ลงมาดูพื้นที่จริง บริเวณหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาครอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยมาตรวจติดตามงานแล้วเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้แม้การแก้ไขปัญหาจะดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้ว จากเดิมที่เคยมีรถติดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ทุกวันนี้เหลือ เพียงแค่ราวๆ 400 เมตร ซึ่งเป็นลักษณะการเคลื่อนตัวช้าๆ แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ตนเองพอใจ เพราะตนคิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และตำรวจเพื่อให้การจราจรบริเวณนี้และการก่อสร้างสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมทั้งมีการทำแผนผัง แผนที่ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ และในอนาคตถ้าจะมีการก่อสร้างทางยกระดับพระราม2 เราจะต้องทำข้างล่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ถ้าไม่เสร็จตนไม่ยอมให้มีการก่อสร้าง เนื่องจากไม่ต้องการให้มีภาระเรื่องปัญหาการจราจรบวกเข้าไปอีก


รมว.คมนาคม ยังบอกอีกว่า นอกจากนี้ก็ได้คุยกับผู้ประกอบการสมาพันธ์ขนส่ง และหอการค้าจังหวัดฯ มีความเห็นสอดคล้องกันในเรื่องหาวิธีการขนส่งทางอื่น นั่นก็คือทางน้ำ ซึ่งทางผู้ประกอบการคิดว่าน่าจะมีการขนส่งที่เรียกว่าเรือ RO-RO (โรโร่)หรือแพขนานยนต์ ขนาดใหญ่ที่สามารถเอารถบรรทุกขึ้นไปได้เลยโดยสามารถบรรทุกได้ครั้งละประมาณ 180 คัน โดยผู้ประกอบการพร้อมลงทุนทันที ซึ่งสามารถบรรเทาการจราจรจากทางภาคใต้ที่จะต้องผ่านพระราม 2 ให้มีปริมาณน้อยลง โดยคิดว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือขับตรงตัดไปแหลมฉบัง จ.ระยอง ซึ่งก็จะใช้ระยะเวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง ไม่ต่างจากการขนส่งทางบก ส่วนการลงทุนต้องมีระยะทาง 200 กิโลเมตรขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้จะไม่คุ้มทุน ส่วนเรื่องของต้นทุนนั้น ถ้าเทียบแล้วการขนส่งทางน้ำจะถูกกว่าทางบก ทั้งนี้ก็จะได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนต่อไปเพราะแม้ทางภาคเอกชนจะมีความพร้อมแต่การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ส่วนรัฐฯ จะเป็นผู้ขับเคลื่อนในเรื่องของการออกใบอนุญาตให้ แต่ก็เชื่อว่าโครงการเรือ RO-RO (โรโร่) นี้ จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการรองรับปริมาณการขนส่งทางบกด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน


ด้านนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย บอกว่า โครงการเรือ RO-RO (โรโร่) นี้ ทางภาคเอกชนมีความพร้อมที่จะลงทุนแล้ว โดยโครงการนี้เคยเสนอไปเมื่อครั้งสมัยรัฐบาล คสช.แต่เรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้ว ทางภาคเอกชนก็ได้นำเสนอเข้าไปใหม่ประกอบกับการจราจรที่ติดขัดบนถนนพระราม 2 ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โครงการเรือ RO-RO (โรโร่) จึงได้รับการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งการลงทุนนั้นจะอยู่ที่ลำละประมาณ 600 – 700 ล้านบาท รองรับรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถเทเลอร์ได้ประมาณ 180 คันต่อลำ โดยครั้งแรกได้มีการวางโครงการไว้ว่าจะดำเนินการเดินเรือทั้งหมด 3 ลำ คาดว่าจะเริ่มได้ในปลายปี 2562 หรือ ต้นปี 2563 นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาบริษัทที่มีมาตรฐานมาดำเนินงาน ส่วนเรื่องของความเสี่ยงนั้น ขอรับรองว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน และยังจะประหยัดค่าขนส่งกับร่นระยะเวลาได้มากกว่าการขนส่งทางบกด้วย
ส่วนนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็เปิดเผยอีกว่า ในวันนี้หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่มาตรวจติดตามงานรอบที่ 2 นั้น ก็ได้สั่งการกำชับ 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนแรกการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ ทำอย่างไรให้รถที่ค้างอยู่นั้นเบาบางลง ซึ่งก็ได้มีแนวทางการดำเนินงานคือ การเพิ่มพื้นที่ผิวจราจรให้มากขึ้น เพื่อให้รถมีพื้นที่ในการวิ่งมากขึ้น ด้วยการเปิดผิวจราจรให้มากขึ้นอีก 1 ช่องจราจร เช่น จากเดิมวิ่งได้ 1 ช่องจราจร ก็เป็น 2 จราจร เป็นต้น และอีกทางหนึ่งที่ทำควบคู่กันไปคือ การระบายรถให้เร็วขึ้น โดยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยในการบริหารจัดการ ซึ่ง ณ ขณะนี้ตามแผนงานที่ทำไปนั้น ก็เป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีฯ สั่งการ แล้วก็เป็นไปตามแผนที่ช่างควบคุมการกำหนดได้ และในส่วนที่สอง รัฐมนตรีได้ให้ดูในระยะต่อไปกรณีจะเปิดหน้างานใหม่ ขอให้คุยกันก่อน ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้เป็นการเปิดหน้างานปกติ แต่ถ้าจะเปิดใหม่จุดไหนก็แล้วแต่ ให้คุยกันทุกๆฝ่าย เพราะเปิดแล้วนั้นก็จะต้องลดผลกระทบให้มากที่สุด โดยทางคณะทำงานชุดที่ผู้ว่าฯ ได้รับมอบหมายนั้น ก็จะเป็นส่วนของการอำนวยการ มีทุกๆ ภาคส่วนเข้ามาร่วมประชุมหารือโดยตรงในทุกสัปดาห์


นอกจากนี้ทางด้านของนายวิเชียร บำเรอรักษ์ ตัวแทนกลุ่มคนรักพระราม 2 บอกว่า ตามที่รัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงตัวแทนจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 นั้น ก็เห็นผลเป็นที่น่าชื่นชม เพราะการจราจรทุกวันนี้ติดขัดน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังคงมีบางจุดที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเช่น เรื่องของจุดกลับรถ และช่องเบี่ยง เป็นต้น ซึ่งทางกลุ่มคนรักพระราม 2 ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันลงมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง.

administrator

Related Articles