หัวอกแม่วอนพลเมืองดี ช่วยแจ้งเบาะแสตามหารถกระบะชนลูกชายอาการสาหัส

หัวอกแม่วอนพลเมืองดี ช่วยแจ้งเบาะแสตามหารถกระบะชนลูกชายอาการสาหัส
ช่วยแชร์

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 04 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากนางสาวจรินญา กันกลิ่น อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 56/1 หมู่ที่ 1 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการติดตามหารถกระยนต์กระบะที่ขับชนบุตรชาย คือ นายปฐวีกานต์ หรือ อาร์ม กันกลิ่น อายุ 17 ปี นักศึกษาระดับชั้น ปวช.ปี 1 วิทยาลัยการอาชีวศึกษาอ้อมน้อย พร้อมเพื่อนอีก 2 คน เมื่อคืนวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลาใกล้เที่ยงคืน โดยหลังก่อเหตุรถยนต์กระบะได้ขับหลบหนีไป ไม่ลงมาดูผู้บาดเจ็บ และไม่มีการติดต่อมาขอรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น ส่งผลทำให้ขณะนี้ทางครอบครัวของนางสาวจรินญานั้น มีความลำบากเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องที่ต้องทำมาหากิน และต้องเฝ้าดูแลน้องอาร์ม ซึ่งยังคงนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้อง I.C.U.ของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร


นางสาวจรินญาฯ แม่ของน้องอาร์ม เล่าให้ฟังว่า ในคืนวันเกิดเหตุนั้น น้องอาร์มพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน รวมทั้งหมด 3 คน ได้ขับรถจักรยานยนต์ 1 คัน กลับจากไปช่วยงานย้ายร้านหมูกะทะของพี่ที่รู้จักกัน โดยน้องอาร์มนั่งมาตรงกลาง มีเพื่อนเป็นคนขับและอีกคนนั่งซ้อนท้ายอยู่หลังสุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณสี่แยกวัดดอน ก็มีรถยนต์กระบะสีขาวต่อเติมด้านหลัง ขับพุ่งมาชนจนเด็กๆ ทั้ง 3 คน กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ส่วนรถยนต์กระบะสีขาวนั้น ก็รีบขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังเกิดเหตุลูกชายพร้อมเพื่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกระทุ่มแบน โดยลูกชายหรือน้องอาร์มนั้น บาดเจ็บสาหัสที่สุด อาการโคม่า ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงทั้งทางร่างกายและศรีษะ ขณะนี้ผ่านมาเกือบ 10 วัน น้องอาร์มก็ยังคงต้องนอนรอการผ่าตัดในห้องไอซียู แล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว จะมีลืมตาบ้างเล็กน้อย หายใจเองได้เป็นบางครั้ง แต่ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์ต้องทำการผ่าตัดอีกหลายอย่าง


นางสาวจรินญาฯ แม่ของน้องอาร์ม บอกอีกว่า ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ตนเองก็หวังพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามหารถที่ก่อเหตุ เพื่อให้คนขับมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งใครจะผิดจะถูกก็ต้องมาว่ากันตามกฎหมาย แต่จนบัดนี้แล้วก็ยังไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า ทั้งๆ ที่บนถนนสุคนธวิทมีกล้องวงจรปิดหลายตัว และภาพขณะที่รถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ไปแล้ว อีกทั้งยังมีพลเมืองดีช่วยจำเลขทะเบียน กับ จังหวัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เป็นเลข 5447 กรุงเทพมหานคร แม้จะจำหมวดอักษรไม่ได้ แต่ลักษณะเด่นเฉพาะของรถที่ต่อเติมด้านหลัง เป็นรถกระบะโตโยต้าสีขาวตอนเดียว ก็น่าจะทำให้ค้นหาได้ไม่ยากมากนัก แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับรถคันดังกล่าว พอสอบถามก็ได้รับคำตอบแค่ว่า กำลังอยู่ระหว่างการติดตามเท่านั้น ซึ่งหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ยินแบบนี้แล้วก็รู้สึกท้อใจ ไหนจะลูกเจ็บ ไหนคดียังจะไม่มีความคืบหน้าอีก


นางสาวจรินญาฯ บอกด้วยน้ำตาว่า ทุกวันนี้พ่อกับแม่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากพยายามวิ่งหาภาพจากกล้องวงจรปิดตามที่ต่างๆ ที่คาดว่ารถยนต์กระบะจะขับผ่าน เพื่อไปเป็นหลักฐานเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะได้ติดตามตัวคนขับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทางตนก็อยากจะให้คนขับมาแสดงตัวกับตำรวจสักที ไม่ใช่หลบซ่อนอย่างทุกวันนี้ ใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ยังอยากจะวอนขอให้พลเมืองดีที่มีภาพหรือพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ที่ก่อเหตุชนลูกชายพร้อมเพื่อนๆนั้น กรุณาช่วยแจ้งมาที่ตนเองที่หมายเลขโทรศัพท์ 0991241499 หรือ เฟสบุ๊ค Aomza Jarinya เพื่อจะได้รวบรวมส่งให้กับตำรวจต่อไป

administrator

Related Articles