“ชวนชม” ไม้มงคลเลี้ยงง่าย จากหลักสิบถึงหลักพัน“หนึ่งต้นคือหนึ่งเดียวในโลก”

“ชวนชม” ไม้มงคลเลี้ยงง่าย จากหลักสิบถึงหลักพัน“หนึ่งต้นคือหนึ่งเดียวในโลก”
ช่วยแชร์

บนเนื้อที่ 6 ไร่เศษ ภายในซอยโต้ล้ง 2 หมู่ที่ 2 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการปลูกต้นชวนชม ไม้ดอกที่มากด้วยความงดงาม โดยฝีมือของคุณนที ภักดิ์ภูวดล เกษตรกรหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี เจ้าของสวนชวนชม ที่สืบทอดสายเลือดแห่งความเป็นเกษตรกรสวนดอกไม้มาจากคุณพ่อและคุณแม่


แต่เดิมที่ดินแห่งนี้เคยเป็นสวนกล้วยไม้มาก่อน โดยคุณพ่อและคุณแม่ของคุณนทีเป็นต้นแบบแห่งความขยันขันแข็งและความอดทนของเกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้ จึงทำให้คุณนทีที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ปลูกฝังความรักในอาชีพการทำเกษตรกรรมเรื่อยมา โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ซึ่งคุณนทีก็ได้ช่วยพ่อกับแม่ทำสวนกล้วยไม้ จนกระทั่งเมื่อปี 2554 เกิดอุทกภัยใหญ่น้ำท่วมสวนกล้วยไม้ ทำให้สวนกล้วยไม้ล่ม พังเสียหายทั้งหมด ยากต่อการฟื้นฟู เพราะต้องลงทุนค่อนข้างสูง คุณนทีจึงคิดเปลี่ยนแนวทางการทำอาชีพเกษตรกรรมจากสวนกล้วยไม้ มาเป็นไม้ดอกไม้ประดับแทน ซึ่งสิ่งแรกที่คิดถึงก็คือ การปลูกต้นชวนชม เพราะชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก และยังปลูกไว้ดูเล่นที่บ้านหลายต้น จึงลองหันมาปลูกต้นชวนชมนับแต่นั้นเป็นต้นมา เริ่มจากการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงชวนชม การทดลองปลูก จนถึงการศึกษาด้านการตลาดของไม้ชนิดนี้ แล้วก็ลงมือปรับพื้นที่จากสวนกล้วยไม้ มาเป็นแปลงเพาะเลี้ยงชวนชม ทำจากเล็กไปใหญ่ โดยคุณนทีบอกว่า เดิมทีไม่ได้ทำถึง 6 ไร่ ค่อยๆ เริ่มทำจากพื้นที่เกษตรแปลงเล็กๆ ก่อน ลองผิดลองถูกจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ การเพาะเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะไม้ดอกนั้นต้องใจเย็นๆ เนื่องจากไม้ดอกเป็นไม้ที่ต้องให้ความทะนุถนอมมากเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือ จะหยุดพัฒนาสายพันธุ์ไม่ได้ ยิ่งเราเรียนรู้ที่จะพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความแปลกใหม่ ยิ่งทำให้ไม้ดอกมีราคาและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

ชวนชม

ชวนชมในแปลงเกษตรกรรมของคุณนทีนั้น ปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ทั้งที่เป็นพันธุ์ทั่วไปมีขายในท้องตลาด และเป็นสายพันธุ์ที่คุณนทีพัฒนาขึ้นเอง อย่างเช่น พันธุ์ราชาวดี ให้ดอกซ้อนหลายชั้นสีเหลืองนวลทั่วทั้งดอก , พันธุ์แดงจักรพรรดิ์ ดอกใหญ่สีแดงเข้ม , พันธุ์จันทร์หอม จะให้ดอกสีเหลืองมีลายเส้นสีแดง และที่พิเศษคือ เวลากลางวันจะมีกลิ่นหอมด้วย,พันธุ์พิ้งเพิล ชื่อก็บอกแล้วว่า ต้องเป็นสีชมพูอ่อนหวานที่ดูไปดูมาแล้วชวนให้หลงไหลได้อย่างแน่นอน และพันธุ์ลายไทย จะให้ดอกสีแดงอมขาว มีลายเส้นสีแดงทั่วทั้งกลีบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายต้นที่มีการผสมได้ใหม่แล้ว แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อสายพันธุ์ ส่วนจุดเด่นที่เหมือนกันของชวนชมทุกสายพันธุ์ก็คือ การถูกพัฒนาให้ลักษณะดอกมีกลีบซ้อนกันหลายชั้น มองไปมองมาคล้ายกับดอกกุหลาบนั่นเอง


คุณนทีบอกว่า การเลี้ยงชวนชมนั้นไม่ยาก แต่อาจจะต้องใช้ความอดทนในการเพาะเลี้ยง เพราะชวนชม 1 ต้น กว่าจะให้ดอกที่สวยงามหรือนำออกจำหน่ายได้นั้น ต้องใช้เวลานานเกือบ 1 ปีเลยทีเดียว โดยเริ่มจากจากการเก็บเมล็ด นำไปเพาะเลี้ยงในแปลงต้นกล้าประมาณ 3 เดือน เมื่อต้นกล้าแข็งแรงก็ต้องนำไปใส่ถุงดำเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 5 – 6 เดือน จนต้นโตแข็งแรง ถึงจะนำไปปักเป็นตอได้ จากนั้นก็เลี้ยงต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงนำไปปลูกลงกระถาง เพื่อรอส่งจำหน่ายในท้องตลาด ส่วนตลาดของชวนชมนั้นก็มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ก็จะอยู่แถวๆ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และ ใต้หวัน เป็นต้น


สำหรับราคาจำหน่ายชวนชมจากสวนออกสู่ตลาดภายนอก ที่สวนของคุณนทีก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ราคา 50 บาท ไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่สายพันธุ์ของชวนชม ขนาดของต้น และความสวยงามของโขดหรือหัว ซึ่งก็คือส่วนรากของชวนชมนั่นเอง เพราะนอกเหนือจากความสวยงามของดอกแล้วก็เจ้าโขดนี่แหล่ะที่ทำให้ชวนชมมีราคา ยิ่งโขดให้รูปร่างแปลกใหม่เท่าไหร่ ก็ยิ่งขายได้ราคาดีเท่านั้นอยู่ที่ความพึงพอใจ และนี่เองที่ทำให้ชวนชมแต่ละต้นกลายเป็นไม้ที่เรียกได้ว่า “ หนึ่งต้นเป็นหนึ่งเดียวในโลก” เพราะแต่ละต้นก็จะมีความแตกต่างกันตรงโขดนั่นเอง อีกทั้งเจ้าโขดนี้ ก็ยังทำให้ผู้เลี้ยงได้ใส่ใจชวนชมของตนเองมากยิ่งขึ้นด้วย เพราะผู้ที่เลี้ยงชวนชมด้วยใจรัก เขาจะคอยลุ้นว่าโขดที่ออกมาจะเป็นอย่างไร โดยจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อทำการเปลี่ยนกระถางให้ชวนชมนั่นเอง เนื่องจากโขดเป็นส่วนของราก ดังนั้นพอชวนชมโตก็จะเปลี่ยนกระถางใหม่ จึงจะทำให้เห็นโขดที่อยู่ภายใต้กระถางเดิม


คุณนทีบอกหลักการเลี้ยงชวนชมอีกว่า หากอยากจะได้ต้นชวนชมที่สวยงาม ตั้งแต่ดอกจนถึงโขดหรือรากนั้น ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ เพาะเลี้ยงในกระถางตามขนาดของต้น ต้นเล็กก็เลี้ยงในกระถางเล็ก พอต้นใหญ่ขึ้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนกระถางไปเรื่อยๆ อย่าเอาเล็กไปใส่ใหญ่ เพราะสุดท้ายแล้วต้นชวนชมจะไม่โตและไม่สวยงาม


สำหรับการเพาะเลี้ยงชวนชมนี้ นอกจากจะทำให้คนเลี้ยงมีความใจเย็นแล้ว ก็ยังเป็นการดำเนินอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงด้วย เนื่องจากที่นี่เราทำแบบพออยู่พอกิน ทำแบบเล็กๆ แล้วค่อยขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ เท่าที่มีกำลังความสามารถ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ แปลงนี้เสมือนกับห้องเรียนคลังความรู้ ที่ทำให้เราไม่หยุดพัฒนาความคิด ความสามารถ และการศึกษาหาความรู้ในสิ่งใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาสายพันธุ์ให้สายพันธุ์เก่าดีขึ้นไปอีก และสร้างสายพันธุ์ใหม่ให้มีความแปลกแตกต่างมากยิ่งขึ้นต่อไป.

administrator

Related Articles