เผาวอดโรงงานผ้านวมรายใหญ่ในซอยวปอ.11 รถดับเพลิงนับสิบระดมช่วยดับเพลิงกว่า3ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้มีคนงานบาดเจ็บเล็กน้อย5คน เสียกว่า20ล้าน

เผาวอดโรงงานผ้านวมรายใหญ่ในซอยวปอ.11 รถดับเพลิงนับสิบระดมช่วยดับเพลิงกว่า3ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้มีคนงานบาดเจ็บเล็กน้อย5คน เสียกว่า20ล้าน
ช่วยแชร์

เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ศูนย์วิทยุ สภ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครรับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัทสุริยะผ้านวม จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 324- 324/1 หมู่ 4 ซอยวปอ. 11 ถนนเศรษฐกิจ 1 ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นผู้ผลิตผ้านวมและชุดเครื่องนอนรายใหญ่ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกับแจ้งให้ร้อยตำรวจเอกวรพล อัศววงษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เข้าตรวจสอบ และประสานรถน้ำดับเพลิงในพื้นที่และใกล้เคียงเกือบ 20 คัน ระดมมาช่วยกันดับเพลิงที่ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีพนักงานของบริษัทกำลังทำงานกว่าร้อยคน พอเกิดเหตุทั้งหมดได้ช่วยกันขนผ้านวมและเครื่องนอนต่างๆ ออกจากพื้นที่เกิดเหตุกันอย่างโกลาหล เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ มีเพียงแค่อาการสำลักควันไฟเท่านั้น


ส่วนอาคารเกิดเหตุเป็นบริเวณพื้นที่โรงงานฝ่ายผลิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่เศษ แยกออกจากคลังเก็บสินค้าและคลังวัตถุดิบ โดยต้นเพลิงทราบว่า เกิดจากการลุกไหม้ที่จักรเครื่องปั่นเส้นใยด้าย จากนั้นก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว และขยายเป็นวงกว้าง
ขณะที่จุดที่ตั้งโรงงานนั้น ก็มีโรงงานพลาสติกตั้งติดอยู่ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับหอพักคนงานและชุมชน ซึ่งสร้างความแตกตื่นหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่พอสมควร แต่ทาง เจ้าหน้าที่ก็ได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดกั้นทุกทางไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ โดย เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้วเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. แต่ยังไม่สงบนิ่ง


ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันเดียวกัน นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าไม้ ก็ได้เข้าตรวจพื้นที่เกิดเหตุ โดยขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจนั้น ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว และใช้เวลาอีกไม่นานเพลิงก็สงบลง รวมแล้วประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ แต่ยังคงต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประเมินสถานการณ์ความปลอดภัย รวมถึงต้องจัดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.ท่าไม้ ประจำการอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังว่าเปลวไฟอาจจะประทุขึ้นมาได้อีก
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่เพลิงสงบลงแล้วนั้น แต่ก็ยังคงต้องมีการประเมินสถานการณ์ต่อไปว่ามีความปลอดภัยที่เพลิงจะไม่ประทุขึ้นมาอีกได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.ท่าไม้) ดำเนินการออกประกาศกั้นเขตโรงงานให้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามบุคคลใดเข้าไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ใดและเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง ตลอดจนยังจะต้องมีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะกับตัวอาคาร สิ่งก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร รวมถึงตัวบุคคลด้วย เพื่อเข้าสู่การชดเชยค่าเสียหายหรือเยียวยาทางกฎหมายต่อไป


นายวีระศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ในขั้นตอนต่อไปนอกจากจะให้ทางเจ้าหน้าที่วิทยาการฯ เข้ามาตรวจสอบแล้ว ก็จะต้องให้อุตสาหกรรมจังหวัด วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอาคารโรงงานด้วย ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าโรงงานแห่งนี้สร้างมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ดังนั้นตัวโครงสร้างเกือบทั้งหมด ก็ไม่น่าจะยังคงใช้ได้ อาจจะต้องรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินกิจการต่อไป ส่วนผลกระทบอื่นๆ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการต่อไป ด้านสาเหตุนั้นจากการที่ได้พูดคุยกับเจ้าของโรงงานชาวไทยที่สภาพจิตใจยังคงย่ำแย่ก็บอกกับผู้ว่าฯ เพียงแค่สั้นๆว่า น่าจะเกิดจากเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 20 – 30 ล้าน ขณะที่ทางด้านของผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 5 คน โดยมีอาการสำลักควันไฟ 1 คน, .เหล็กทิ่มเท้า 1 คน, เศษเหล็กเข้าตา 1 คน และ ไฟน้ำร้อนลวกกระเด็นใส่ 2 คน.

administrator

Related Articles