ประมงฮึ่ม นัดรวมพลยื่นหนังสือถึงนายกฯ สุดทนยืดเยื้อแก้ปัญหานานหลายปี

ประมงฮึ่ม นัดรวมพลยื่นหนังสือถึงนายกฯ สุดทนยืดเยื้อแก้ปัญหานานหลายปี
ช่วยแชร์

นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร พร้อมด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคม และสมาชิกสมาคมการประมงสมุทรสาครได้ประชุมหารือร่วมกันที่สมาคมการประมงสมุทรสาคร เพื่อนัดหมายเตรียมความพร้อมในการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยจะทำพร้อมกันทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล ในวันที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น.ที่ศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องชาวประมงจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการทำประมงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไปรวมพลังกันให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เสียชื่อของของผู้นำแห่งการประมงไทย


นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร กล่าวในที่ประชุมว่า ข้อเรียกร้องที่พี่น้องชาวประมงสมุทรสาครและพี่น้องชาวประมงทั้ง 22 จังหวัดทั่วประเทศ จะยื่นให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดพร้อมกันในวันที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดนั้น เป็นไปตามที่สมาชิกชาวประมงต้องการให้มีการขับเคลื่อนในมติที่ประชุมของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง ซึ่งมีทั้งหมด 11 ข้อ หลักๆ ประกอบไปด้วย 1.ให้องค์กรสมาชิกชาวประมงและต่อเนื่องประมงใน 22 จังหวัดชายทะเลร่วมกันยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมกันในวันที่ 6 ธันวาคม 2552 เวลา 14.00 น. โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้ 1.1 ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดหยุคออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงมาเพิ่มเติมขึ้นอีก(ยกเว้นการออกกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งที่ผ่อนคลายปัญหาให้กับชาวประมง),1.2 ขอให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร่งด่วนในช่วงที่มีการประชุมสภานิติบัญญัตินี้,1.3 ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการการซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว โดยขอให้รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณจำนวน 1 หมื่นล้าน ในปีงบประมาณ 2563ในการที่จะนำเรือประมงออกนอกระบบ,1.4 ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการช่วยเหลือชาวประมง ในโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับชาวประมงโดยเร่งด่วน ภายในเดือนธันวาคม 2562 นี้,1.5 ขอให้กรมประมง กรมจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการอนุญาตให้ใช้กฎหมายมาตรา 83 แห่ง พรก.การประมง พ.ศ. 2558 ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง โดยเร่งด่วนภายในเดือนธันวาคม 2562 นี้ ,1.6 ขอให้ยกเลิก แก้ไข กฎ ระเบียบต่างๆ ที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ส่งผลกระทบกับชาวประมงที่เป็นอยู่โดยเร็ว, 1.7 เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน 30 ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติดVMS เช่น การชักชวนให้เรือประมงขนาดต่ำกว่า 30 ตันกรอส ทดลองติด VMS ฟรี,1.8 ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศโดยทันที ด้วยเหตุผลไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามพระราชกำหนดประมง พ.ศ.2558 มาตรา 92 ซึ่งการนำเข้าสัตว์น้ำจะต้องมีการตรวจสอบว่า สัตว์น้ำเหล่านั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามมาตรา 92 วรรคสองและวรรคสาม สินค้าประมงจากต่างประเทศ จึงเข้ามาถล่มตลาดสินค้าสัตว์น้ำของชาวประมงไทยที่ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้ต้นทุนสูงกว่า ราคาจึงตกต่ำ เพราะมีการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแบบเสรี ไร้การควบคุม มาสต๊อกไว้เต็มห้องเย็นหมดแล้ว ดังนั้นจึงต้องแก้ไขระเบียบกรมประมงเดิมที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดา สามารถนำเข้าสัตว์น้ำได้เสรี มีมาตรการปกป้องสินค้าสัตว์น้ำภายในประเทศ ,1.9 ขอให้พิจารณาเพิ่มวันทำการประมงให้กับพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศโดยเร่งด่วน เพราะทำให้เกิดปัญหาการประกอบอาชีพขาดทุนมา 4-5 ปีแล้ว เนื่องจากมีการกำหนดให้ทำการประมงได้ไม่ทั้งปี แต่ต้องมีรายจ่ายค่าจ้างแรงงานตลอดทั้งปี,1.10 ขอให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้บริษัทจำหน่ายน้ำมันบังคับให้ชาวประมง ต้องจ่ายเงินผ่านบัตรฟรีทการ์ด (Fleet Card) ซึ่งจะทำให้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงเพิ่มขึ้นทันที และ 1.11 ขอให้มีการทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวชาวประมงกรณีที่ถูกบังคับใช้จากกฎหมายประมงที่ไม่เป็นธรรม โดยการตั้งคณะกรรมการพิจารณาผู้ได้รับผลกระทบ


ทั้งนี้หากไม่ได้รับการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องข้างต้น ก็จะมีการยกระดับการร่วมชุมนุมไปที่ส่วนกลางที่ทำเนียบรัฐบาล หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป ตามกำหนดระยะเวลาที่พี่น้องชาวประมงทั้ง 22 จังหวัดเห็นชอบตามความเหมาะสม และอาจจะถึงขั้นปิดอ่าว จอดเรือ หยุดการค้าขาย เพราะผลกระทบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับที่พี่น้องชาวประมงเท่านั้น แต่จะเกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ถึงทุกอาชีพที่เกี่ยวกับการทำประมงทั้งหมด


นายกำจรฯ กล่าวอีกว่า นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในการยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายปีให้แก่พี่น้องชาวประมง เพื่อให้ได้กลับมาลืมตาอ้าปากหรือมีลมหายใจได้อีกครั้ง ถือเป็นการทุบหม้อข้าวสู้เพื่อชัยชนะเท่านั้น แต่การชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องในครั้งนี้ก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์การชุมนุมโดยสงบ ไม่ทำให้สถานที่ราชการเกิดความเดือดร้อนรำคาญ และไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น

administrator

Related Articles