ไฟไหม้โรงงานผลิตที่นอนย่านอ้อมน้อย ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

ไฟไหม้โรงงานผลิตที่นอนย่านอ้อมน้อย ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ช่วยแชร์

สมุทรสาคร

เมื่อเวลาประมาณ 03.15 น. ของวันที่ 08 มกราคม 2563 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนได้รับแจ้งเหตุมีเพลิงไหม้โรงงานผลิตที่นอนในซอยเพชรเกษม 91 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรีบประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลนครอ้อมน้อยจำนวน 4 คัน พร้อมรถสนับสนุนอุปกรณ์ดับเพลิงจากหน่วยอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ธน.(กรุงเทพฯ) เข้าระงับเหตุ พร้อมกันนี้ก็ได้แจ้งให้ ร.ต.อ.สมพิษ บุญลือ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุเป็นโรงงานรับผลิตที่นอนประเภทฟูก ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 84/35 หมู่ที่ 13 ซอยเพชรเกษม 91 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีลักษณะเป็นตัวอาคารชั้นเดียว ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา มีนายทรงศักดิ์ ซื่อตรง อายุ 47 ปี เป็นเจ้าของโรงงาน ภายในมีอุปกรณ์การผลิตหลายอย่าง เช่น เครื่องจักร ที่นอน ผ้า โซฟา และฟองน้ำ เป็นต้น ซึ่งถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด รวมถึงอาคารที่ทรุดตัวลงมา และยังมีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีขาว หมายเลขทะเบียน 4กล9460 กรุงเทพมหานคร , รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บห 2399 เชียงราย และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ที่จอดอยู่หน้าโรงงาน ถูกไฟไหม้บางส่วนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้


จากการสอบถามนางสาวลำเดียว ทั่งโต อายุ 49 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่า ตนเองมีบ้านพักอาศัยอยู่เยื้องๆ กับโรงงาน ซึ่งขณะที่นอนหลับอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายวัตถุบางอย่างเกิดการระเบิดเสียงดังตูม ตนจึงลุกออกมาดูเพราะคิดว่าหม้อแปลงไฟฟ้าของที่บ้านระเบิด แต่เมื่อออกมาก็เห็นว่าที่โรงงานมีไฟลุกไหม้แดงไปทั่วบริเวณ โดยไหม้จากทางด้านหน้าโรงงานแล้วลุกลามเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงด้านหลังโรงงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็มีเพื่อนบ้านอีกคนรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาระงับเหตุ แต่ด้วยข้างในมีอุปกรณ์และวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้เพลิงลุกลามไปทั่วโรงงานอย่างรวดเร็ว

ขณะที่นายทรงศักดิ์ ซื่อตรง เจ้าของโรงงานได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นว่า โรงงานแห่งนี้รับผลิตที่นอนให้กับลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยขณะเกิดเหตุไม่มีการทำงานแต่อย่างใด มีเพียงแค่ลูกจ้างแรงงานข้ามชาติ 4 – 5 คน ที่นอนพักอยู่ทางด้านหลังโรงงานเท่านั้น โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร แต่โชคร้ายที่โรงงานไม่มีประกันภัย ซึ่งมูลค่าความเสียหายนั้นไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุตนก็ยังไม่ทราบแต่คาดว่าอาจจะเกิดจากหม้อแปลงระเบิด


ทางด้านเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ที่เข้ามาตัดกระแสไฟนั้น เบื้องต้นก็บอกว่า เท่าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เสาไฟฟ้าต้นที่อยู่ตรงหน้าโรงงานแล้ว ไม่มีหม้อแปลงมีแต่มิเตอร์ที่ใช้วัดค่าการใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งก็คาดว่าไม่น่าที่จะเกิดจากการระเบิดของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสาไฟ แต่ตนเองก็ยังไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้ ซึ่งก็จะต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

administrator

Related Articles