ทช.เปิดเวทีปฐมนิเทศรับฟังความคิดชาวบ้านโครงการขยายถนนสวนส้ม – บางยาง

ทช.เปิดเวทีปฐมนิเทศรับฟังความคิดชาวบ้านโครงการขยายถนนสวนส้ม – บางยาง
ช่วยแชร์

 

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) โครงการสำรวจออกแบบถนนสาย สค. 2037 แยก ทล.ต.35 – บ.บางยาง จ.สมุทรสาคร ณ ห้องประชุมโชติกา โรงแรมเซ็นทรัลเพลส อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายแก่นวิทย์ วงศ์ชูศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนบริษัทปัญญาบุญปัญญา เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบ และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบที่มาเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในโครงการฯ นี้กว่า 100 คน
นายแก่นวิทย์ วงศ์ชูศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร เปิดเผยว่า โครงการสำรวจออกแบบถนนสาย สค. 2037 แยก ทล.ต.35 – บ.บางยาง จ.สมุทรสาครนี้ เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) โดยแนวทางการขยายถนนสายดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจากด้วยปัจจุบันการสัญจรโดยรอบถนนสาย สค.2037 หรือถนนสวนส้ม มีความหนาแน่น การจราจรติดขัด จำนวนช่องจราจรไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณจราจรโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน กรมทางหลวงชนบท จึงดำเนินการสำรวจและออกแบบ เพื่อที่จะปรับปรุงจำนวนช่องจราจรของถนนดังกล่าวให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรในปัจจุบัน ตลอดจนเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคม แบ่งเบาปริมาณจราจรของถนนสายหลักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในบริเวณพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของการขนส่งให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สำหรับจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณทล.35 กิโลเมตรที่ 35+200 จากนั้นแนวถนนด้านซ้ายทางจะเลียบคลองชลประทาน หรือคลองคันพนัง โดยบริเวณกิโลเมตรที่ 12+100 แนวถนนของโครงการตัดกับทางหลวงชนบทสาย สค.3011 (บ้านแพ้ว – กระทุ่มแบน) และไปสิ้นสุด โครงการบริเวณคลองดำเนินสะดวก (เชิงสะพานดำเนินสะดวก 2) ระยะทางรวมประมาณ 12.808 กิโลเมตร


นายแก่นวิทย์ วงศ์ชูศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า ในการดำเนินงาน กรมทางหลวงชนบท ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเป็นบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่โครงการ ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ โดยกำหนดให้มีการประชุม รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ครั้ง เพื่อนำเสนอความสำคัญและความเป็นมา ของโครงการ แนวทางและรูปแบบการพัฒนาโครงการเบื้องต้น ให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้ง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมได้รับทราบข้อมูล อย่างทั่วถึง ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำไปประกอบการศึกษาโครงการให้มี ความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ส่วนนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีการขนส่งทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ โดยมีถนนสายสำคัญในจังหวัดหลายสาย ตลอดจนโครงข่ายการคมนาคมขนส่งสะดวก รวดเร็วและเชื่อมโยงถึงกัน ประกอบกับมีโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมต่อการลงทุน ส่งผลให้ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาครมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณจารจรในพื้นที่จังหวัด สมุทรสาครสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งโครงการถนนสาย สค. 2037 แยก ทล.ต.35 – บ.บางยาง จ.สมุทรสาคร เป็นการปรับปรุงจำนวนช่องจราจรของถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรในปัจจุบัน ตลอดจนเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคม แบ่งเบาปริมาณจราจรของถนนสายหลักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ดังนั้นในการจัดปฐมนิเทศเพื่อสำรวจความคิดเห็นฯ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ตัวแทนจากหลายภาคส่วน ได้มีโอกาสในการร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อันจะนำไปสู่การสำรวจและออกแบบให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของชุมชน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ และก่อให้เกิดประโยชน์กับจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง
ทางด้านของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้น ก็ได้นำเสนอความคิดเห็นในหลายๆ ด้าน หลายๆแง่มุมทั้งผลดีผลเสีย อาทิเช่น ให้มีการก่อสร้างปรับปรุงช่องจราจร แต่ในช่วงปากทางเข้า 300 เมตรแรกจาก ถ.พระราม 2 เป็นประเด็นว่าจะออกทางจุดเดิมหรือบริเวณปากทางเข้าวัดปากบ่อ ซึ่งจะต้องมีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงเรื่องความกว้างของเขตทางที่เหมาะสม,การเชื่อมโยงกับพื้นที่อุตสาหกรรมย่านตำบลบางปลา, การรื้อย้ายสาธารณูปโภค (เสาไฟฟ้า), การเสนอเพิ่มทางจักรยานริมคลองคันพนัง,จุดพักรถ และเส้นทางท่องเที่ยว, การจัดการต้นไม้ขนาดใหญ่ริมทาง, เพิ่มเติมพื้นที่อ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งวัด โรงเรียน และ รพ.สต. และการออกแบบถนนเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร-อุบัติเหตุ
ขณะที่กรมทางหลวงชนบท และบริษัทที่ปรึกษา จะได้จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 เพื่อนำเสนอรูปแบบถนนและรูปแบบจุดตัดทางแยกของโครงการพร้อมกับนำความคิดเห็นไปพิจารณาประกอบการปรับปรุงแก้ไข จากนั้นจะประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2563 เพื่อนำเสนอร่างรูปแบบถนนและรูปแบบจุดตัดทางแยกที่ผ่านการพิจารณา พร้อมทั้งผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำความคิดเห็นไปพิจารณาประกอบการปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบที่ชัดเจนต่อไป

administrator

Related Articles