“โอม- ชาธิป” ขึ้นนั่งประธานหอฯ ยุคโควิด ดึงมือทีมคนรุ่นใหม่แก้วิกฤติเศรษฐกิจ

“โอม- ชาธิป” ขึ้นนั่งประธานหอฯ ยุคโควิด ดึงมือทีมคนรุ่นใหม่แก้วิกฤติเศรษฐกิจ
ช่วยแชร์

         เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 27 เมษายน 2564 หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร โดยนางอำไพ หาญไกรวิไลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร วาระปีบริหาร 2562 – 2563 เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ณ ห้องประชุมภัตตาคารนิวรสทิพย์ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ก็ได้จัดรูปแบบการประชุมให้เป็นไปภายใต้คำสั่งของจังหวัดสมุทรสาคร ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 โดยมีคณะกรรมการบริหาร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และสมาชิกเข้าร่วมประชุมภายในห้องประชุมไม่เกิน 50 คน ส่วนที่เหลือใช้การประชุมผ่านระบบซูม
สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีวาระที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ เกี่ยวกับการมอบป้ายของดีจังหวัดสมุทรสาคร โดยหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร,การรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562,การนำเสนอผลการดำเนินงานปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด 19 และผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่มีโควิดระบาดในระลอกแรก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพิจารณางบดุลปี 2563,พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี,พิจารณาแก้ไขข้อบังคับของหอการค้า และสุดท้ายเป็นวาระสำคัญที่สุดคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารและประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร วาระปีบริหาร 2564 – 2565 ซึ่งปรากฏว่าในที่ประชุมมีผู้เสนอชื่อ นายชาธิป (โอม) ตั้งกุลไพศาล อดีตรองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และมีผู้ยกมือรับรองอย่างถูกต้อง จึงเป็นมติเอกฉันท์ว่า นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ได้รับตำแหน่งให้เป็นประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร คนใหม่ ดำรงตำแหน่งวาระปีบริหาร 2564 – 2565 หรือ เรียกได้ว่าเป็นประธานหอการค้าในยุคโควิด 19 เพราะต้องมาทำหน้าที่ในการมีส่วนร่วมกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด 19 ตลอดจนการวางแนวทางเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาครให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง หลังจากที่สถานการณ์โควิด 19 เริ่มคลี่คลายเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร วาระปีบริหาร 2564 – 2565 เปิดใจว่า ด้วยหอการค้า เป็นองค์กรภาคเอกชนของจังหวัดสมุทรสาคร ช่วงระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้เป็นต้นไป สิ่งที่หอการค้าจะพยายามทำ ก็คือเป็นเรื่องการแก้ปัญหาโควิดโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งหอการค้าฯ มีแนวทางที่ประกาศออกไปแล้วอย่างชัดเจนก็คือ เราจะนำเสนอแนวทางผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ซึ่งก็จะมีทั้งหอการค้า และสภาอุตสาหกรรมในการร่วมแก้ปัญหาครั้งนี้ของจังหวัดสาคร โดยเราแบ่งระยะเวลาในการแก้ปัญหาออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน คือ ระยะแรกที่เราเรียกว่าระยะเยียวยา,ระยะที่ 2 คือ ระยะฟื้นฟู และระยะที่ 3 คือ ระยะของการเติบโตหรือมั่นคง ซึ่งเป็น 3 ระยะที่จะมีการทำงานร่วมกันในภาคเอกชนและจังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่การเร่งการฉีดวัคซีน จะเป็นสิ่งสำคัญที่หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร จะพยายามอย่างถึงที่สุด โดยร่วมกับหอการค้าไทยในการดำเนินการผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อให้จังหวัดสมุทรสาครกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างเดิม หลังจากที่เราสามารถฉีดวัคซีนได้ตามจำนวนที่คิดว่าอย่างน้อย 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรที่มีอยู่จริงในจังหวัดสมุทรสาคร


นายชาธิปฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาคการทำงานหลังจากนี้เป็นต้นไป จะเน้นที่การทำงานเป็นทีมให้มากขึ้น และยังเป็นการทำงานเพื่อให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างจังหวัดสมุทรสาครกับคนทำงานรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคนทำงานทุกภาคส่วนทั้งหอการค้า ภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดไปด้วยกัน ขณะที่แนวทางหลักอีกแนวทางหนึ่งที่เราพูดว่า เป็นแนวทางที่จะร่วมกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดได้ก็คือ การทำให้ธุรกิจฐานรากมีความเข้มแข็งนั่นก็คือ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่ม SMEs ซึ่งนี่จะเป็นนโยบายที่หอการค้าจังหวัดสมุทรสาครจะใช้ในการผลักดันเศรษฐกิจของจังหวัด โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบการฐานราก เกษตรกรฐานรากของจังหวัด แต่ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ จะเป็นการผลักดันแนวทางอำนวยความสะดวก แล้วก็ช่วยผลักดันในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ให้ภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดเรา ได้รับในเรื่องของการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางการดำเนินงานของหอการค้าจังหวัดสมุทรสาครนับแต่นี้เป็นต้นไป
นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า หากวันนี้จะถามว่าหนักใจหรือไม่ กับตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร (คนใหม่) ในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ ถ้าจะบอกว่าไม่หนักใจก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็ยังไม่มีสถานการณ์โควิดเกิดขึ้นและไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ในวันนี้ แต่เนื่องจากผมอยู่ในคณะกรรมการทำงานร่วมกับท่านผู้ว่าวีระศักดิ์ฯ มาตั้งแต่โควิดครั้งแรก แล้วก็มาครั้งนี้ก็ได้ทำงานร่วมกับท่านธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รักษาการผู้ว่าฯ และท่านสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งก็ได้นั่งประชุมร่วมกันทุกวันตลอดตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา จึงทำให้เข้าใจในบริบทและสถานการณ์ของโควิดเป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าวันนี้จังหวัดสมุทรสาครจะเป็นจังหวัดแรกๆ ที่เราจะพ้นจากปัญหาโควิดอย่างยั่งยืน

administrator

Related Articles