ผู้ว่าฯสั่งหลายหน่วยงานลุยตรวจโรงชุบพบปล่อยน้ำสีสนิมลงคลอง7ศอกจริงลงโทษปรับแรงและห้ามทำอีก

ผู้ว่าฯสั่งหลายหน่วยงานลุยตรวจโรงชุบพบปล่อยน้ำสีสนิมลงคลอง7ศอกจริงลงโทษปรับแรงและห้ามทำอีก
ช่วยแชร์

 

ภายใต้การอำนวยการของนายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด โดยนายคนึง ทองเที่ยง ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ผู้แทนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร ผู้แทนนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ผู้แทนเทศบาลตำบลนาดี และฝ่ายปกครองท้องที่  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง กรณีผู้แจ้งเบาะแสการปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะ (คลอง 7 ศอก)  เลขที่ 33/38-39  ม.3  ต.นาดี  อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

จากการบูรณาการของส่วนราชการในการร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ  พบว่า เป็นพื้นที่จัดสรรแบ่งให้โรงงานเช่าประกอบกิจการ รวม 3 ราย ประกอบด้วย

  1. บจก. อาชีวะ อุตสาหกรรม ประเภทโรงงานลำดับที่ 64 (4), 100(5) ประกอบกิจการทำสลัก แป้นเกลียว และชุบเคลือบผิวโลหะ (เงื่อนไขการอนุญาตห้ามระบายน้ำทิ้งออกจากบริเวณโรงงานโดยเด็ดขาด)
  2. บจก. กรุงไทย ออโต้พาร์ท จำกัด ประกอบกิจกรรมผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร (ไม่มีน้ำจากกระบวนการผลิต)
  3. บจก.เซน โคตดิ้ง ประกอบกิจกรรม รับจ้างเคลือบโลหะทุกชนิด (ไม่มีน้ำจากกระบวนการผลิต)

ซึ่ง บจก. อาชีวะ อุตสาหกรรม (ประกอบกิจการทำสลัก แป้นเกลียว และชุบเคลือบผิวโลหะ) ตรวจพบว่าขณะตรวจสอบไม่มีกระบวนการชุบผิวโลหะ และพบว่าน้ำทิ้งเกิดจากการใช้น้ำล้างผิวชิ้นงานที่มีปัญหา (สนิม) จำนวน 0.6 ลูกบาศก์เมตร  โดยมีการปล่อยน้ำทิ้งจากโรงงานลงคลองสาธารณะโดยตรง ไม่มีการกับเก็บน้ำเพื่อนำส่งน้ำเสียไปกำจัดหรือบำบัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งระบบบำบัดกลิ่นที่กำลังปรับปรุงยังไม่เรียบร้อยถูกต้องตามหลักวิชาการ

จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการออกคำสั่ง (1) ห้ามระบายน้ำทิ้งออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ผ่านระบบบำบัด และจัดให้มีระบบการจัดเก็บน้ำเสียและส่งให้ผู้ที่รับกำจัดหรือบำบัด ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (2) ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตาม พรบ.โรงงาน พ.ศ. 2535  มาตรา 45 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 (5) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท รวมทั้งให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามเป็นเด็นปัญหาให้เรียบร้อย และให้เข้าตรวจสอบก่อนการขอเปิดดำเนินการ
  2. ให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร แจ้งความดำเนินคดี พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 ตามมาตรา 119 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. ให้เทศบาลตำบลนาดี ออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการหยุดระบายน้ำทิ้งทันที และดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ กรณีระบายน้ำทิ้งลงคลองสาธารณะ และให้ตรวจสอบกลิ่นเหม็น/น้ำเสีย ในพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
  4. ให้ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำบริเวณดังกล่าว
  5. ให้อำเภอเมืองสมุทรสาคร และฝ่ายปกครอง กำกับดูแลพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และติดตามตรวจสอบโดยใกล้ชิดต่อไป.
administrator

Related Articles