เรือนจำสมุทรสาครวางมาตรการเข้มตั้งเรือนจำด่านหน้ากักตัว28วัน สกัดโควิด-19หลังกำแพงสูงให้กลายเป็นศูนย์

เรือนจำสมุทรสาครวางมาตรการเข้มตั้งเรือนจำด่านหน้ากักตัว28วัน สกัดโควิด-19หลังกำแพงสูงให้กลายเป็นศูนย์
ช่วยแชร์

 

นายชำนาญ เล็กสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) ในประเทศไทยขณะนี้ที่พบว่ามีเรือนจำจังหวัดหลายแห่งพบผู้ต้องขังติดเชื้อเป็นจำนวนมาก  แต่ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังเป็นศูนย์ เนื่องจากได้มีการวางมาตรการที่เข้มข้น ที่ทำมาตั้งแต่การระบาดในช่วงแรกๆ และทำมาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเคร่งครัดมากขึ้น ซึ่งในส่วนของมาตรการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครที่มีผู้ต้องอยู่ในเรือนจำฯ ทั้งหมด 2,206 ราย แบ่งเป็น ผู้ต้องขังขาย 1,946 ราย ผู้ต้องขังหญิงประมาณ 260 ราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว อีกราวๆ 200 กว่าคน โดยมาตรการในการป้องกันโควิด – 19 หรือ ไวรัสโคโนนา 2019 นั้น เมื่อผู้ต้องแรกรับ หรือผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ จะต้องเข้าสู่ห้องกักโรคก่อนเป็นเวลา 28 วัน โดยผู้ต้องขังชายมีห้องกักโรคอยู่ทั้งหมด 6 ห้อง ส่วนผู้ต้องขังหญิงมีห้องกักโรคอยู่ 5 ห้อง ซึ่งก็จะมีผู้ช่วยในการดูแลผู้ต้องขังตั้งแต่เรื่องของการเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ และเข้าสู่เรือนจำด่านหน้า หรือห้องกักโรค 28 วัน นับเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าที่อื่น และในทุกๆ วันอังคาร กับ วันศุกร์ ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ก็จะมีการตรวจหาเชื้อให้กับผู้ต้องขัง หากใครที่พบเชื้อก็ต้องส่งเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ส่วนคนที่เข้าข่ายสัมผัสเสี่ยงสูง ก็จะต้องถูกกักตัวจนกว่าจะครบกำหนด เมื่อนำมาตรวจยืนยันอีกครั้งแล้วไม่พบเชื้อ จึงจะสามารถเข้าสู่แดนผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครได้

นายชำนาญ เล็กสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า ด้วยมาตรการดังกล่าวนี้เองทำให้เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ณ ปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 แม้ที่ผ่านมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จะเคยพบผู้ติดเชื้อ 2 ราย และเดือนเมษายน 2564 พบผู้ติดเชื้ออีก 2 ราย ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้ต้องขังแรกรับ และทางเรือนจำสามารถคัดแยกได้ทัน พร้อมกับนำเข้าสู่กระบวนการรักษาจนหาย ไม่เกิดการแพร่กระจายเป็นวงกว้างภายในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร แต่ส่วนที่เป็นข้อกังวลของทางเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็คงเป็นเรื่องของความแออัดภายในเรือนจำฯ ที่มีผู้ต้องขังจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องดำเนินการตามมาตรการนี้ให้เข้มข้นที่สุด จะได้ไม่เกิดการกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ต้องขัง

ส่วนการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนามของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร กรมราชฑัณฑ์ ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเงินบริจาคคนสมุทรสาครรวมใจสู้ภัยโควิด-19 ได้มีการเตรียมสถานที่ไว้รองรับกรณีที่หากพบผู้ต้องขังติดเชื้อจำนวนมาก โดยได้ใช้พื้นที่บริเวณด้านข้างของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ที่เคยเป็นแปลงเกษตร มาปรับให้เป็นโรงพยาบาลสนามเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งในส่วนบริเวณนี้จะใช้เป็นที่รองรับ ผู้ต้องขังที่ติดเชื้อแล้วรักษาตัวกลับมา ซึ่งเมื่อกลับมาแล้วก็ต้องมากักตัว พักฟื้นอีก 14 วัน ตรวจหาเชื้อในจุดนี้ จนพบค่าเป็นลบจึงจะปล่อยเข้าสู่แดนภายในได้

นอกจากนี้ในส่วนของการเยี่ยมญาติแบบปกติก็ได้ระงับไว้ก่อน แต่เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพบเจอเห็นหน้ากันและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขัง ทางเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครได้ใช้วิธีการเยี่ยมญาติแบบออนไลน์แทน โดยวางระบบให้ญาติสามารถคุยกับผู้ต้องขังผ่านระบบที่ทางเรือนจำจัดขึ้นมา เป็นระบบที่รู้จักกันทั่วไปคือ วีดีโอคอลผ่านไลน์ของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร  ซึ่งก่อนที่จะสนทนากันแบบออนไลน์ได้ ญาติก็จะต้องส่งหลักฐานข้อมูลมาให้ทางเรือนจำตรวจสอบ  จากนั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้ วีดีโอคอลผ่านไลน์พูดคุยได้ แต่ไม่ให้สัมผัสกัน ตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์

 

.

administrator

Related Articles