หอการค้า-สภาอุตสาหกรรม สมุทรสาคร จับมือหนุน2พื้นที่นิคมฯฉีดวัคซีนแรงงานไทย หวังเปิดเมืองแห่งอุตสาหกรรม

หอการค้า-สภาอุตสาหกรรม สมุทรสาคร จับมือหนุน2พื้นที่นิคมฯฉีดวัคซีนแรงงานไทย หวังเปิดเมืองแห่งอุตสาหกรรม
ช่วยแชร์

หอการค้า-สภาอุตสาหกรรม สมุทรสาคร จับมือหนุน2พื้นที่นิคมฯฉีดวัคซีนแรงงานไทย หวังเปิดเมืองแห่งอุตสาหกรรม

นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้หารือร่วมกับ นายแพทย์อนุกูล  ไทยถานันดร์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร นางสาวลัดดาวัลย์ อ่อนกำปัง ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร นางสาวนลินี กาญจนามัย ผอ.สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ผู้แทนภาคเอกชนจากนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร กับ โรงพยาบาลสมุทรสาคร ณ ห้องประชุมนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเปิดพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร นำร่องฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ใช้แรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง โดยในระยะแรกจะเริ่มต้นที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาครก่อน จากนั้นจึงจะมีการขยายไปที่นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ซึ่งตามแผนระยะเวลาที่ว่างไว้ในเบื้องต้นนั้นคาดว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับผู้ใช้แรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมสินสาครที่มีอยู่กว่า 10,000 คน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร มีแรงงานอยู่กว่า 20,000 คน ก็จะดำเนินการในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการทำงานที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกันระหว่างนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร กับ นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีน ความเหมาะสมของสถานที่ และความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกๆ ฝ่าย ส่วนเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือไอทีต่างๆ นั้น ทางผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดหามาให้ ภายใต้การวางระบบและควบคุมการทำงานโดยโรงพยาบาลสมุทรสาคร ส่วนการจัดลำดับ วัน และเวลา ของสถานประกอบการต่างๆ ที่จะนำแรงงานมาเข้ารับบริการ ก็จะเป็นหน้าที่ของหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะนัดสถานประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมฯ และผู้ที่เป็นสมาชิกฯ ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ นำแรงงานมาเข้ารับบริการตามจำนวน  วันและเวลาที่กำหนดไว้

นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า  ความชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนภายในนิคมอุตสาหกรรมนั้น ทางเราได้วางจุดให้บริการไว้ 2 จุดด้วยกันคือ ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร กับ นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ซึ่งในระยะแรกนี้เรามีการเตรียมความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมสินสาครก่อน โดยในนิคมอุตสาหกรรมสินสาครนี้มีความเป็นไปได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะจัดให้มีจุดบริการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ก็จะเข้าไปดูความพร้อมในลำดับถัดไป แต่คาดการณ์ได้ว่าน่าจะใช้พื้นที่ของทั้งสองนิคมเป็นจุดให้บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล โดยในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ขณะนี้มีผู้ที่ลงทะเบียนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วประมาณ 10,000 คน แล้วยังมีผู้ที่ลงทะเบียนผ่านหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมอีกกว่า 10,000 คน ซึ่งถ้าดูจากการประเมินเฉพาะที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร อย่างน้อยๆ จะมีกว่า 30,000 คน ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน และในขณะนี้เราได้โควตามากขึ้นในการฉีดวัคซีนให้แก่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ซึ่งทางประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ก็ได้ช่วยในเรื่องของการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยนำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีการขอวัคซีนมาเฉพาะภาคอุตสาหกรรม 60,000 โด๊ส ซึ่งถ้าได้มาตรงนี้ก็จะเป็นอีกตัวหนึ่งที่จะช่วยให้การฉีดวัคซีนในแรงงานภาคอุตสาหกรรมเป็นไปได้เร็วมากยิ่งขึ้น

ประธานหอการค้าสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า สำหรับวันเวลาที่จะเริ่มฉีดวัคซีนนั้น ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ก่อนวันที่  5 มิถุนายน หรืออาจจะเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยขึ้นอยู่ที่ความชัดเจนของวัคซีนเท่านั้นเอง แต่เรื่องของการเตรียมความพร้อมที่ทางโรงพยาบาลสมุทรสาครซึ่งจะเป็นคนดูแลเรื่องการฉีดวัคซีนนั้น มีความพร้อมด้านเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ส่วนภายในนิคมฯ ก็มีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกอย่างทั้งด้านอุปกรณ์เครื่องมือ การสื่อสาร และบุคลากรในการช่วยบันทึกข้อมูล  ส่วนเรื่องความไม่ชัดเจนของวัคซีนจากทางรัฐบาลที่จะส่งมายังจังหวัดสมุทรสาครนั้น ก็สร้างความหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เพราะตอนแรกจังหวัดเราจะได้วัคซีนเป็นจำนวนมากอันเนื่องจากการระบาดในระลอกที่ 2 แต่ต่อมาก็ถูกปรับลดตัดทอนลงไปเรื่อยๆ กระทั่งล่าสุดในเดือนนี้เหลือวัคซีนที่จัดส่งมาให้เราเพียงแค่ราวๆ 50,000 โดส เพราะต้องนำไปฉีดให้กับประชาชนชนในเขตกรุงเทมหานครก่อน ซึ่งก็ทำให้การบริหารจัดการของเราเป็นไปได้ค่อนข้างยากพอสมควร

นายชาธิปกล่าวเพิ่มเติมว่า การฉีดวัคซีนในภาคอุตสาหกรรมนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนจังหวัดและประเทศชาติให้ก้าวไปข้างหน้า โดยทางหอการค้า และสภาอุตสาหกรรม ในนามของภาคเอกชนเรามีความต้องการที่จะผลักดันโครงการ “เปิดเมืองอุตสาหกรรม” เพราะจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดแห่งเมืองอุตสาหกรรม เรามีแรงงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 6 แสนคนโดยประมาณ ซึ่งถ้าเราสามารถฉีดคนของเราให้ได้เกินกว่า 60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนแรงงานมีอยู่ในภาคอุตสาหกรรมก็จะทำให้เกิดความมั่นใจต่อจังหวัดสมุทรสาครอย่างแน่นอน ขณะที่เสียงสะท้อนของแรงงานที่มีต่อการฉีดวัคซีนนั้น ก็ต้องบอกว่า หลังจากที่จังหวัดสมุทรสาครได้ผ่านจุดที่คนไม่กล้าฉีดมาแล้วเมื่อช่วงเดือนมีนาคมจนต้องมีการทำความเข้าใจกันพอสมควร แต่พอมาเดือนเมษายน ตัวเลขความต้องการเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้นเราจึงไม่เป็นห่วงเรื่องของจำนวนคนที่จะมารับการฉีดวัคซีน ซึ่งเราประเมินไว้ว่าประมาณ 60 -70 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยที่มีในจังหวัด พร้อมฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน ส่วนที่เหลือก็อาจจะเปลี่ยนใจมาฉีดในภายหลัง

นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายถึงรัฐบาลที่อยากให้มองเห็นความสำคัญในการจัดสรรวัคซีนมาให้กับจังหวัดสมุทรสาครว่า ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ก็อยากให้รัฐบาลช่วยมองกลับมาตรงที่ภาคอุตสาหกรรม เพราะว่าภาคอุตสาหกรรมคือตัวขับเคลื่อนและเป็นตัวจักรหลักสำคัญในการเดินหน้าของเศรษฐกิจในทุกวันนี้ ถ้าภาคอุตสาหกรรมเกิดปัญหาก็จะส่งผลต่อเครื่องยนต์ตัวหลักสำคัญที่สุดของประเทศที่มีอยู่ ณ ทุกวันนี้ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจังหวัดต้นๆของประเทศไทย ที่มีรายได้เศรษฐกิจจากด้านอุตสาหกรรมเป็นหลักและอุตสาหกรรมที่เราเป็นหลักก็คืออุตสาหกรรมด้านอาหาร ดังนั้นความเชื่อมั่นจึงมากขึ้นเป็น 2 เท่า ขณะที่อีกประเด็นก็คือ เมื่อครั้งการระบาดโควิด ระลอกที่ 2 จังหวัดสมุทรสาครผ่านมาวิกฤตินั้นได้ด้วยการบริหารจัดการโดยที่ไม่มีวัคซีน แต่วันนี้จังหวัดรอบด้านของสมุทรสาครทั้งกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี มีการระบาดในระลอกที่ 3 จังหวัดสมุทรสาครเราก็อาจจะกันไม่อยู่ถ้าไม่มีการฉีดวัคซีนให้กับคนในพื้นที่ และถ้ากันไม่อยู่ครั้งนี้ก็จะเป็นวิกฤตที่หนักกว่าครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเรา

ด้านนายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร กล่าวว่า การเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนภายในนิคมอุตสาหกรรมนี้ จากการที่ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจดูสถานที่แล้วนั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลแก่ผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ซึ่งหากสถานที่พร้อม จำนวนคนเพียงพอ ก็จะฉีดได้ชั่วโมงละ 300 คน วันละประมาณ 1,500 – 2,000 คน ส่วนจุดสำคัญอยู่ตรงจุดพักคอยดูอาการหลังฉีด  30 นาที หากมีพื้นที่กว้าง ก็จะฉีดได้มากขึ้น และพร้อมกันนี้ก็ยังจะได้หาแนวทางในการลดขั้นตอนบางอย่างที่สามารถทำมาก่อนจากสถานประกอบการตนเอง เพื่อลดขั้นตอน ลดเวลา ณ จุดบริการให้น้อยลง ซึ่งหากการบริหารจัดการดีและมีวัคซีนครบตามจำนวนที่ต้องการ  ก็จะทำให้การฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้ามี่กำหนดไว้  ส่วนวัคซีนเพิ่มเติม 60,000 โดส นั้นเป็นในส่วนของภาคเอกชน ที่ดำเนินการร้องขอไปยังรัฐบาลเพื่อนำมาฉีดให้กับกลุ่มแรงงานคนไทย แต่ถ้าเป็นวัคซีนที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ก็จะนำมาฉีดให้กับประชาชน.

 

administrator

Related Articles